วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

อุทัยธานี ตำรวจภูธรอุทัยฯจัดเดินวิ่งมินิมาราธอน

อุทัยธานี ตำรวจภูธรอุทัยฯจัดเดินวิ่งมินิมาราธอน เพื่อหารายได้จัดลานออกกำลังกายศูนย์รวมใจ คนอุทัยธานี ดูดีมีพลานามัย เมื่อวันที่19 กันยายน 2556 เวลา 06.00 น.พลตำรวจตรีชัชวาล วชิรปาณีกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานจัดเดินวิ่งมินิมาราธอน ขึ้น เพื่อหารายได้จัดทำโครงการศูนย์รวมใจ คนอุทัยธานี ดูดี มีพลานามัยขึ้น ด้านตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี ขณะนี้ ได้กำลังก่อสร้างสถานที่ออกกำลังกาย ทั้งนี้เพื่อต้องการให้คนอุทัยธานีหันมาออกกำลังกาย จึงได้ปรับปรุงสถานที่ภูมิทัศน์ โดยใช้อาณาบริเวณของตำรวจภูธรอุทัยธานี โดยมีเนื้อที่ประมาณ 53 ไร่ เป็นพื้นที่กว้างขวางและทีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ขณะนี้กำลังปรับปรุงลู่วิ่ง รอบสถานีภูธรจังหวัดอุทัยธานี การเดิน-วิ่ง ในครั้งนี้ นักกีฬา วิ่งใช่ระยะทาง 12 กิโล เพื่อชิงถ้วยรางวัล ของสถานีตำรวจภูธรอุทัยธานี โดยมีผู้ที่รักการออกกำลังกาย เช่น ชมรมจักรยาน และเยาวชน มาร่วมวิ่งจำนวน 150 คน นันทศักดิ์ วัฒนพานิช จ.อุทัยธานี โทร.087-7301968

Good Guy Sena กู๊ดกายเสนา ที่สุดของความอร่อย .. ของคนเสนา

เรวัติ น้อยวิจิตร บรรณาธิการข่าวออนไลน์ เว็บไซต์ สุพรรณอินชัวร์ดอทคอม และ พี่หญิง ปาณิสรา เกตแก้ว เจ้าของ แฟรนไชน์ ชานมไข่มุกแท้ จากไต้หวัน แบรนด์ " กู๊ดกาย " ปรับกลยุทธ์ใหม่ ตอกย้ำ ความสำเร็จ ของกู๊ดกายเสนา " Good Guy SENA " มอบหมาย เสี่ยตี๋ - เจ้หมวย ผู้บริหาร โรงงานรองเท้าแพน เสนา เข้ามาต่อยอด กู๊ดกายเสนา เพื่อเป็นร้านชานมไข่มุกแท้ ของคนเสนาตัวจริง .. เตรียมออก โปรโมชั่น พิเศษ เพื่อแฟนคลับ แบรนด์กู๊ดกายเสนา 5 ฟรี 1 พร้อมปรับเวลา เปิดร้านใหม่เป็น เวลา 08.00 - 20.00 น. ได้ น้องอ้อ มือชงชา และ น้ำผลไม้ คนใหม่ มาทำหน้าที่ แม่ค้า งานนี้ ต้องขอบอกว่า ของเขาดี ... ก็ฝากคนเสนา สนับสนุน ร้านชานมไข่มุกแท้จากไต้หวัน แบรนด์ .. กู๊ดกาย เสนา " ยุคใหม่ " ของคนเสนา .. เพื่อ .. คนเสนา !!
Good Guy Sena กู๊ดกายเสนา ที่สุดของความอร่อย .. ของคนเสนา เพื่อสุขภาพที่ดี .. อร่อย .. หวานน้อย .. ไม่อ้วน !!
กู๊ดกายเสนา Good Guy Sena ตั้งอยู่ใบริเวณ ตลาดสดเสนา ฝั่งตรงข้าม ธนาคารออมสิน สาขาเสนา เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 20.00 น ทุกวัน มี น้องอ้อ คอยให้บริการ เมนูชาเขียว มี ชาเขียวมะลิ ชาเขียวนมสด ชาเขียวกีวี่ ชาเขียวลิ้นจี่ ชาเขียวน้ำผึ้ง ชาเขียวเลม่อน ชาเขียวแอ๊ปเปิ้ล ชาเขียวสเตรอเบอร์รี่ สำหรับ ชานม มีชานมไข่มุก ชานมกาแฟ ชานมน้ำผึ้ง ชานมเผือกหอม ชานมแคนตาลูป ชานมช็อกโกแลต ชานมแอ๊ปเปิ้ล ชานมสตรอเบอร์รี่ ด้าน น้ำผลไม้-ไอซ์สมาร์ท มี น้ำกีวี่ น้ำส้ม น้ำองุ่น น้ำลิ้นจี่ น้ำเลม่อน น้ำเสาวรส น้ำบลูเบอร์รี่ น้ำสเตรอเบอร์รี่ และ น้ำแอ๊ปเปิ้ลเขียว ฯลฯ มีเมนูปั่น สำหรับน้องๆ ที่ชอบปั่นด้วย สนใจสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติม หรือ แนะนำการปรับปรุงรสชาด ได้ที่ น้องอ้อ
เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณอินชัวร์ดอทคอม rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445

ม.นเรศวร ติดตั้งภาพวาดพระวิสุทธิกษัตริย์ เป็นมิ่งขวัญและศูนย์รวมจิตใจ

ติดตั้งภาพวาดพระวิสุทธิกษัตริย์ เป็นมิ่งขวัญและศูนย์รวมจิตใจชาวสถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๖ ดร.วศิน ปัญญาวุธตระกูล ผู้อำนวยการสถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร รับมอบภาพวาดพระวิสุทธิกษัตริย์จากดร.วราวุธ ฤกษ์วรารักษ์ อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งบรรจงรังสรรค์ขึ้นด้วยความเคารพศรัทธา พร้อมนำติดตั้ง ณ ห้องประชุมวิสุทธิกษัตริย์ ชั้น ๓ อาคารวิสุทธิกษัตริย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเป็นมิ่งขวัญ สิริมงคลและศูนย์รวมจิตใจชาวสถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการนำภาพวาดพระวิสุทธิกษัตริย์นี้จัดแสดงในนิทรรศการพระราชวังจันทน์ ราชสำนักเมืองพิษณุโลก ในงาน “ญ” ผู้หญิงผู้สร้างโลก องค์ความรู้ชุมชนภาคเหนือตอนล่างสู่อาเซียน ซึ่งสถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวินจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๕ – ๙ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ อาคารวิสุทธิกษัตริย์แห่งนี้
“พระวิสุทธิกษัตริย์” สตรีผู้สูงศักดิ์ในหน้าประวัติศาสตร์ พระราชมารดาแห่งวีรกษัตริย์ไทย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และวีรสตรี พระสุพรรณกัลยา พระองค์ทรงเป็นพลังสำคัญ เบื้องหลังการปกป้องบ้านเมือง กอบกู้กรุงศรีอยุธยาจากประเทศพม่า ด้วยความเสียสละในบทบาทของพระอัครมเหสีแห่งเมืองพิษณุโลก ทางมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยศาสตราจารย์ ดร.สุจินต์ จินายน อธิการบดี จึงดำริให้ตั้งชื่ออาคารหลังใหม่นี้ตามพระนามของพระองค์ท่านว่า วิสุทธิกษัตริย์ ด้วยใจภักดิ์และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ พรปวีณ์ ทองด้วง นักประชาสัมพันธ์ สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร ชั้น 3 อาคารวิสุทธิกษัตริย์ มหาวิทยาัลัยนเรศวร โทร. 0 5596 1143

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี จัดงาน วันพิพิธภัณฑ์ไทย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุพรรณบุรี จัดงานวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2556 เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ และ นักวิชาการ เปิดเวทีเสวนา พร้อมให้มุมมอง ด้านการการอนุรักษ์ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นให้อยู่อย่างยั่งยืน และ มีระบบ โดย ได้รับเกียรติ จาก นายประทีป เพ็งตะโก ผู้อำนวยการ สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี มาเป็นประธานเปิดงาน
วันที่ 19 กันยายน 2556 เวลา 09.00 น. นางนิภา สังคนาคินทร์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี จัดใหญ่ วันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำป 2556 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี โดยมี นายประทีป เพ็งตะโก ผู้อำนวยการ สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน หลังพิธีเปิด เป็นการบรรยายพิเศษ เรื่อง พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจะอยู่อย่างไรให้ยั่งยืน โดย ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล อดีต สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสุพรรณบุรี 1 ชัวโมงเต็ม ได้สาระในการนำไปประยุกต์ใช้ ได้ประโยชน์มากมาย
ในช่วงเวลา ก่อนพักเที่ยง หนึ่งชั่วโมงครึ่ง เป็นการเสวนา เรื่อง เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ในเขตพื้นที่ สำนักศิลปากร ที่ 2 สุพรรณบุรี ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม นนทบุรี และ ปทุมธานี มี สมาชิก เครือข่าย เข้าร่วมเสวนากว่า 150 คน ทั้ง พระภิกษุสงฆ์ ผู้ทรงคุณวิฒิ นักวิชาการอิสระ นักเรียน นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ และ สมาชิกเครือข่าย ได้เรียนรู้ร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมสร้างเครือข่ายร่วมกัน ก่อนพักรับประทานอาหารกลางวัน
หลังอาหารเที่ยง เป็นการบรรยายพิเศษ เรื่อง การจัดทำสารสนเทศพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อลิษา วานิชดี ประธานกรรมการ ประจำสาขาวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และ คุณราชบดินทร์ สุวรรณคัณฑี นักวิชาการหน่วยงานสื่อยุคใหม่ ฝ่ายสื่อวิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ให้เกียรติมาเป็นวิทยากร
เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณอินชัวร์ดอทคอม rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445
19 กันยายน วันพิพิธภัณฑ์ไทย เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม เมื่อพูดถึง "พิพิธภัณฑ์" คนส่วนใหญ่ในบ้านเรามักไม่นิยมเข้าไปสักเท่าไร แต่เวลาไปต่างประเทศน่าแปลกที่ว่า สถานที่ที่เราหรือนักท่องเที่ยวนิยมไปเยี่ยมชมกันเป็นจำนวนมากในแต่ละปี กลับกลายเป็น "พิพิธภัณฑ์ " ทั้งๆ ที่ต้องเสียเงินค่าเข้าชมมิใช่ราคาถูกๆ (อืม...) ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น... ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความรู้สึกของคนส่วนมากมักคิดว่า "พิพิธภัณฑ์ไทย" คร่ำครึล้าสมัย เมื่อเข้าไปแล้วไม่โก้เก๋เหมือนไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในยุโรปหรืออเมริกา ทั้งๆ ที่ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ของเราได้พัฒนาไปแล้วไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นของทางราชการหรือเอกชน และยังมีรูปแบบที่หลากหลายให้เลือกชม ยิ่งในยุคปฏิรูปการศึกษา ที่สอนให้เด็กได้ศึกษาค้นคว้านอกเหนือไปจากการเรียนการสอนในระบบแล้ว "พิพิธภัณฑ์" นับได้ว่าเป็น "แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต" ที่สำคัญยิ่งในขณะนี้ (ว๊าว...)
http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/19662-00/ ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 16 - 17 ทางด้านซีกโลกตะวันตก ได้มีการตื่นตัวในด้านการเก็บรวบรวม และสะสมทรัพย์สมบัติ และมรดกต่างๆ ทั้งที่เป็นวัตถุ สิ่งของมีค่า สิ่งเก่าแก่ ที่หายากและแปลกๆ เพื่อเป็นหลักฐานทางมรดกวัฒนธรรมของชาติอันเป็นการแสดงถึงความเป็นใหญ่ และความมั่งคงของเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เด่นชัด ซึ่งเอกลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมนั้น จะปรากฏขึ้นได้ก็ต่อเมื่อชาตินั้นๆ ได้มีการรวบรวมหลักฐานที่เป็นศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ สิ่งประดิษฐ์จากการคิดค้นหรือสิ่งแวดล้อมที่เป็นสมบัติของชาติ มาประมวลเป็นหลักฐานให้ชีวิตของชนในชาตินั้นได้ สำหรับในประเทศไทยนั้น ผู้ริเริ่มดำเนินการรวบรวมวัตถุสิ่งต่างๆ เป็นคนแรกได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดพิพิธภัณฑสถานส่วนพระองค์ ที่พระที่นั่งราชฤดีเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นที่จัดตั้งแสดงสิ่งสะสมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงรวบรวมไว้ตั้งแต่ครั้งก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ และต่อมาได้ย้ายมาจัดแสดงที่พระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ อันเป็นที่มาของคำว่า "พิพิธภัณฑ์" ในเวลาต่อมา เมื่อมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพราะจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการจัดตั้ง "มิวเซียม" ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชนแห่งแรกขึ้น ณ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2417 เส้นทางพิพิธภัณฑสถานไทย ที่เริ่มต้นจากพิพิธภัณฑสถานส่วนพระองค์ ได้เปลี่ยนแปลงมาสู่พิพิธภัณฑสถานประชาชน และพัฒนาต่อไปจากพิพิธภัณฑสถานที่เก็บรักษาสรรพสิ่งทั่วไป ไม่กำหนดประเภทแน่นอน มาเป็นพิพิธภัณฑสถานมากมายหลายประเภท ตามลักษณะของศิลปวิทยาการที่เกิดขึ้นในโลก ทั้งทางศิลปะวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชาติพันธุ์วิทยา สังคมวิทยา และสาขาวิชาอื่นๆ เป็นจำนวนหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ และยังได้ยกระดับกิจการพิพิธภัณฑ์ไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยเข้าเป็นสมาชิกสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ หรือ ICOM ซึ่งให้คำจำกัดความว่า "พิพิธภัณฑ์" ว่ามิใช่เป็นแหล่งเก็บรวบรวม สงวนรักษาศึกษาวิจัย และจัดแสดงเฉพาะวัตถุเท่านั้น แต่พิพิธภัณฑ์ไดัรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นหลักฐานสำคัญต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ทั้งที่เกี่ยวเนื่องกับสังคมวัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ จากหลักฐานในอดีต สิ่งที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน และแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยนัยนี้พิพิธภัณฑสถานในประเทศไทยได้จัดตั้งขึ้นแล้วกว่า 200 แห่ง และได้มีการพัฒนารูปแบบกิจการ ให้มีความเป็นสถาบันการศึกษานอกรูปแบบที่สำคัญอีกด้วยด้วย เหตุนี้รัฐบาลจึงประกาศให้วันที่ 19 กันยายนของทุกปี เป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย นับตั้งแต่ พ.ศ. 2538 เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นวันที่คนไทยทั้งชาติ ได้รับพระราชทานพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชนเป็นครั้งแรก จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ 2417 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณของพระองค์ท่าน และเพื่อปลูกฝังให้คนไทยรักและหวงแหนในศิลปวัฒนธรรม อันเป็นสิ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยในวันพิพิธภัณฑ์ไทย โดยพิพิธภัณฑสถานต่างๆ ทั่วประเทศ ได้ร่วมกันเปิดพิพิธภัณฑสถานให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้าไปชมศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เพื่อสร้างความรักความเข้าใจ ตลอดจนภูมิใจในความเป็นไทยโดยทั่วกัน ข้อมูลและภาพประกอบจาก http://www.culture.go.th/study.php?&YY=2548&MM=8&DD=2 http://www.lib.ru.ac.th/journal/sep/sep19-ThaiMuseumDay.html

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

ศูนย์การทหารม้าจัดงานพิธีอำลาชีวิตราชการทหารและเชิดชูเกียรตินายทหารเหล่าทหารม้า ประจำปี 2556

เมื่อ 12 ก.ย.56 เวลา 10.00 น. พลเอกธราธร ศรียะพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธานในพิธีอำลาชีวิตราชการทหารและเชิดชูเกียรตินายทหารเหล่าทหารม้าประจำปี 2556 ณ ค่ายอดิศร อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี โดยมีบุญสันติ แสนสวัสดิ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า และคณะ ให้การต้อนรับ ทั้งนี้หลังจากพีธี สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่ พลเอกวิลาศ อรุณศรี ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก เป็นผู้แทน พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบของที่ระลึกพร้อมโล่ให้กับ พลเอกธราธร ศรียะพันธ์ ประธานในพิธีและนายทหารที่เกษียณอายุราชการ และกล่าวเชิดชูเกียรติ มีคณะ ผู้บังคับหน่วยทหารม้า อดีตผู้บังคับบัญชานายทหารม้าอาวุโส หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุมประมณฑ์ผลาสินธุ์ ศูนย์การทหารม้า ก่อนที่จะเริ่มพิธีสวนสนามอำลาราชการ
เวลา 13.30 น.พลเอกธราธร ศรียะพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธาน พิธีตรวจพลสวนสนามและขึ้นแท่นรับการเคารพ จาก กองผสมขบวนสวนสนาม พลตรีบุญสันติ แสนสวัสดิ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้านำคณะนายทหาร กล่าวรายงานเชิดชูเกียรติคณะนายทหารที่จะเกษียณอายุราชการ ประธานกล่าวอำลาชีวิตราชการ จากนั้นเป็นการสวนสนาม ด้วยกองทหารม้า และยานยนต์ ณ สนามยิงปืนใหญ่รถถัง ศม. อย่างสมเกียรติ โดยมี พันเอกกันตพจน์ เศรษฐารัศมี ผบ.ม.4 รอ. เป็นผู้บังคับกองผสม
สำหรับนายทหารชั้นนายพล เหล่าทหารม้า เกษียณอายุราชการ (ก.ย.56) และลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ ( ต.ค.55)ในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 19 นาย ได้แก่ 1.พลเอกธราธร ศรียะพันธ์ 2.พลเอกปฏิพนธ์ กุลพิจิตร 3.พลเอกวิลาศ อรุณศรี 4.พลเอกเอกชัย จันทร์ศรี 5.พลโทอนุวัฒน์ จักรแสน 6.พลโทธรรมนูญ กฤษน้อย 8.พลโทพิทยา สิงหโกวินท์ 8.พลโทพีระพงษ์ โตบุญมี 9.3พลโทศรายุทธ อภิภุชเดชา 10.พลโทณัฐชัย กสิผล 11.พลโทประเสริฐ ทองดี 12.พลโทสุรศักดิ์ บุญศิริ 13.พลตรีนพดล พิศวง 14.พลตรีวชิรา ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา และ ลาออกก่อนเกษียณ อายุราชการ ( ต.ต. 55 ) 15.พลโทณัฏฐ์นภนต์ อังสวานนท์ 16.พลโทประจักษ์ สาตราวาหะ 17.พลตรีปฏิยุทธ์ ศุขจิตต์ 18.พลตรีชาติชาย ชื่นประดิษฐ์ 19.พลตรีฌาน สิทธิเหรียญชัย
คนธรรมดา ม้าตัวเดียว)

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

โรบินสัน สุพรรณบุรี จัดงาน Jeans Most Wanted

Jeans Most Wanted โรบินสัน สุพรรณบุรี วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2556
ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สุพรรณบุรี โดยคุณสุทธิญา นิสารธัญยุ ผู้จัดการทั่วไป ได้จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจคนรักยีนส์โดยเฉพาะ กับงานJeans Most Wanted ที่รวมยีนส์แบรนด์ดัง อาทิ Levi’s , Wrangler , MC Jeans , LEE และอีกหลากหลายแบรนด์ดัง ที่นำคอลเลคชั่นล่าสุดมาให้ลูกค้าได้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ โดยมีพระเอกสุดฮอต อาร์ต พศุต มาร่วมเดินแฟชั่นโชว์พร้อมเหล่านายแบบนางแบบคับคั่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่8 กันยายน 2556 งานนี้สามารถเลือกช้อปกันได้ตั้งแต่วันที่5-19 กันยายน 2556 ที่ลานกิจกรรม ชั้น 1 โรบินสัน สุพรรณบุรี
tong Puckwalun;

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

วัดแหลมมะเกลือ เชิญร่วมปฏิบัติธรรม 9 วัน 9 คืน ก่อนออกพรรษา

หลวงพ่อ พระมหาพลลภัตม์ สิกขาสโภ เจ้าอาวาสวัดแหลมมะเกลือ ต.สามง่าม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ขอเชิญ พุทธศาสนิกชน ร่วมปฏิบัติธรรม ๙ วัน ๙ คืน ก่อนออกพรรษา เป็นเจ้าภาพ สร้างหลวงพ่อทันใจ ปาง พระพุทธอนันตนาคศิลาขาว ขนาดหน้าตัก ๙๙ นิ้ว เพื่อเป็นมหากุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่ ครั้งเดียวในโลก ในวันที่ 18 ตุลาคม 2556 ตั้งแต่ เวลา ๑๘.๐๙ น.เป็นต้นไป ตลอดทั้งคืนจนแล้วเสร็จ
วัดแหลมมะเกลือ เลขที่ 120 หมู่ 12 ต.สามง่าม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม โดย หลวงพ่อ พระมหาพลลภัตม์ สิกขาสโภ เจ้าอาวาส ขอเชิญ พุทธศาสนิกชน ร่วมปฏิบัติธรรม ๙ วัน ๙ คืน ก่อนออกพรรษา ตั้งแต่วันที่ 11-20 ตุลาคม 2556 ณ วัดแหลมมะเกลือ เทศบาลตำบลสามง่าม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม และเป็นเจ้าภาพ สร้างหลวงพ่อทันใจ ปาง พระพุทธอนันตนาคศิลาขาว ขนาดหน้าตัก ๙๙ นิ้ว เพื่อเป็นมหากุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่ ครั้งเดียวในโลก ในวันที่ 18 ตุลาคม 2556 ตั้งแต่ เวลา ๑๘.๐๙ น.เป็นต้นไป ตลอดทั้งคืนจนแล้วเสร็จ
วันที่ 11-19 ตุลาคม 2556 เริ่มลงทะเบียนปฏิบัติธรรม ถือศิล นุ่งขาว ห่มขาว นั่งสมาธิ เดินจงกรม เจริญภาวนา แผ่เมตตา อุทิศกุศลผลบุญให้ผู้มีพระคุณ บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ครูบาอาจารย์ เทพเจ้าทุกพระองค์ ทั้งเบื้องบน และ เบื้องล่าง เจ้ากรรมนายเวร ตลอดถึงสรรพสัตว์ทั้งหลาย
วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม 2556 ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป เริ่มพิธี ปั้นพระหลวงพ่อทันใจ พระพุทธอนันตนาคศิลาขาว
วันเสาร์ ที่ 19 ตุลาคม 2556 เวลา 08.00 น. พิธีเปิดบุญบารมี เบิกเนตรบรรจุพระหทัย และ ห่มผ้าสไบ องค์หลวงพ่อทันใจ ปาง พระพุทธอนันตนาคศิลาขาว พร้อมการบรรยายธรรม และ พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุโดย อาจารย์ทิพากร รินไธสง วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม 2556 เวลา 07.00 น. ถวายภัตตาหารเช้า ทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ 1 กัณฑ์ เวลา 10.00 น.ทอดผ้าป่าสามัคคี ฯ
เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณอินชัวร์ดอทคอม rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445