วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การสำรวจความคิดเห็น เรื่อง การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่นไทย

การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่นไทย โดย สำนักวิจัย มหาวิทยาลัยคริสเตียน ----------------------------------------------------- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จันทร์จิรา วงษ์ขมทอง อธิการบดี มหาวิทยาลัยคริสเตียน เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้สำนักวิจัยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่นไทย สำนักวิจัยจึงได้ สำรวจความคิดเห็นของประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม จำนวน 1,207 คน โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นชายร้อยละ 50.8 และหญิงร้อยละ 49.2 มีอายุ 18-30 ปี ร้อยละ 44.7 สถานภาพโสด ร้อยละ 51.2 สถานภาพสมรส 43.2 นับถือศาสนาพุทธมากที่สุด ร้อยละ 96.4 รองลงเป็นมาศาสนาคริสต์ ร้อยละ 3.3 ระดับการศึกษา ปริญญาตรีมากที่สุด ร้อยละ 45.0 รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 17.5 เป็นนักเรียน และนักศึกษา มากที่สุด ร้อยละ 30.0 และรองลงมาเป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 18.6 ประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 55.4 มีความคิดเห็นว่าการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่นไทยเป็นเรื่องไม่เหมาะสม รองลงมา ร้อยละ 50.9 เห็นว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์มากในสังคมไทย ร้อยละ 47.4 เห็นว่าเป็นเรื่องที่สังคมต้องร่วมกันแก้ไข ร้อยละ 45.8 มีความเห็นว่าเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ และร้อยละ 40.5 มีความเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของวัยรุ่น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 53.0 มีความเห็นว่า การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของ วัยรุ่นไทยเกิดจากความคึกคะนอง รองลงมาร้อยละ 50.2 มีความเห็นว่าเกิดจากความอยากรู้อยากลอง ร้อยละ 49.9 มีความเห็นว่า เกิดจากการขาดความรู้ในการป้องกันตนเอง ร้อยละ 48.5 มีความเห็นว่า เกิดจากขาดความรักความอบอุ่นในครอบครัว ร้อยละ 42.8 มีความเห็นว่า เกิดจากถูกล่อลวง และร้อยละ 39.9 มีความเห็นว่า เกิดจากถูกล่วงละเมิดทางเพศ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 54.5 มีความเห็นว่า ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่นไทย ทำให้วัยรุ่นติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 53.7 มีความเห็นว่าส่งผลให้วัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ และร้อยละ 45.7 มีความเห็นว่าส่งผลให้วัยรุ่นขาดสมาธิใน การเรียน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 49.3 มีความเห็นว่าปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่นไทยเกิดในช่วงวันวาเลนไทน์ ร้อยละ 38.7 มีความเห็นว่าเกิดในช่วงเทศกาลปีใหม่ ร้อยละ 32.8 มีความเห็นว่าเกิดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และร้อยละ 31.4 มีความเห็นว่าไม่จำกัดช่วงเวลา กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 43.6 รับทราบการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่นไทยจากข่าวของสื่อต่างๆ รองลงมาร้อยละ 31.5 รับทราบ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่นไทยในสังคมทั่วไป และร้อยละ 30.8 รับทราบการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่นไทยในชุมชนที่อาศัยอยู่ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 52.1 มีความคิดเห็นว่าวัยรุ่นที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ควรแก้ไขปัญหาโดยปรึกษาผู้ปกครอง รองลงมาร้อยละ 48.4 มีความคิดเห็นว่าควรแก้ปัญหาโดยขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิ และร้อยละ 45.7 มีความคิดเห็นว่าควรแก้ปัญหาโดยปรึกษาเพื่อน ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 57.2 มีความคิดเห็นว่าวัยรุ่นที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ออกมาขอความช่วยเหลือ เนื่องจากกลัวผู้ปกครองผิดหวังเสียใจ รองลงมาร้อยละ 51.7 มีความคิดเห็นว่าไม่แน่ใจว่าจะได้รับความช่วยเหลือ ร้อยละ 50.1 มีความคิดเห็นว่ากลัวเสียชื่อเสียง และร้อยละ 44.9 มีความคิดเห็นว่าเกิดจากความอาย ส่วนความคิดเห็นต่อการดำเนินการของภาครัฐ เพื่อการแก้ไขปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรในวัยรุ่น พบว่า กลุ่มตัวอย่างมากที่สุดร้อยละ 54.5 มีความเห็นว่าควรให้ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษา แก่วัยรุ่นทั้งชายและหญิง รองลงมา ร้อยละ 53.6 มีความเห็นว่า ควรให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันตนเองทั้งวัยรุ่นชายและหญิง และร้อยละ 52.3 มีความเห็นว่า ควรส่งเสริมให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 48.6 มีความคิดเห็นว่าภาครัฐควรมีแนวทางในการป้องกันปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรในวัยรุ่น ด้วยการกวดขันวัยรุ่นไม่ให้หนีเรียนหรือมั่วสุมยาเสพติด รองลงมา ร้อยละ 48.2 เสนอแนะให้ รณรงค์ให้วัยรุ่นทำกิจกรรมที่เป็น ประโยชน์ต่อสังคม ร้อยละ 47.1 เสนอแนะให้จำกัดสถานที่ล่อแหลมหรือแหล่งมั่วสุม ร้อยละ 46.9 เสนอแนะให้ผู้รักษากฎหมายต้องบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด ด้วยความเป็นธรรมและเสมอภาค ร้อยละ 37.9 เสนอแนะให้ควบคุมสื่ออนาจารหรือสิ่งยั่วยุอย่างเข้มงวด และร้อยละ 37.4 เสนอแนะให้ลงโทษผู้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศอย่างรุนแรง ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรเป็นพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมะสมของวัยรุ่น และเป็นปัญหาสังคมที่รุนแรงมากขึ้น ปัจจุบันวัยรุ่นไทยมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุน้อยลง เด็กวัยรุ่นไทยส่วนหนึ่งรับวัฒนธรรมตะวันตกที่เข้ามาในประเทศไทยจนลืมรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมอันดีงามของไทย อาทิ การแต่งกาย การคบเพื่อนต่างเพศ การรักนวลสงวนตัว มีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องในเรื่องเพศและมองว่าการแสดงออกทางพฤติกรรมทางเพศถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา จึงทำให้วัยรุ่นมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม อาทิ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การสำส่อนทางเพศ การเบี่ยงเบนทางเพศ เป็นต้น นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา อาทิ การเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และปัญหาการทำแท้ง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของพ่อ แม่ ครู อาจารย์และญาติผู้ใหญ่ที่จะต้องช่วยกันดูแล ให้ความรักความอบอุ่นแก่บุตรหลาน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้บุตรหลานที่เป็นวัยรุ่นให้ปลอดภัยจากการถูกล่อลวงหรือคุกคามทางเพศ อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐ ก็ต้องสนใจและร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง …………………………………………………………….. มหาวิทยาลัยคริสเตียน ประเทศไทย

วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ทริป มัณฑะเลย์ - พุกาม - อินเล 4 วัน 3 คืน

มัณฑะเลย์ - พุกาม - อินเล 4 วัน 3 คืน ( บินภายใน) ราคา 27,000 บาท เดินทาง 9-12 สิงหาคม 2557 (จองก่อนเดินทาง 45 วัน)
มัณฑะเลย์ ราชธานีสุดท้ายของพม่าหลังจากที่พระเจ้ามินดงมาก่อสร้างพระราชวังมัณฑะเลย์ ได้แค่ 28 ปี อังกฤษก็ตีเมืองมัณฑะเลย์แตกในปี พ.ศ 2367 พระเจ้าธีบอซึ่งเป็นโอรสของพระเจ้ามินดง จึงขึ้นเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่าและถูกส่งไปอินเดียและเชื่อกันว่าถูกประหารที่นั่นไม่ได้กลับมาอีกเลย สมบัติทุกชิ้นถูกอังกฤษขนไปไม่เว้นแม้แต่ราชบัลลังก์นกยูง สัญลักษณ์แห่งราชวงศ์และพระที่นั่งสิงหนาทในท้องพระโรงใหญ่ที่เป็นทองคำ ประดับด้วยเพชร พลอย ทับทิม อัญมณี อันมหาศาลก็ถูกขนไปไว้ที่ประเทศอังกฤษ
พุกาม เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศพม่าในระหว่าง ค.ศ1587-1829 โดยมีพระเจ้าอโนรธามหาราชเป็นปฐมกษัตริย์ และได้เริ่มสร้างเจดีย์เป็นพุทธบูชา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มีทั้งข้าราชบริพาลและประชาชนทั่วไปได้ทยอยร่วมสร้าง จนได้หลายพันองค์จนปัจจุบัน กลายเป็นทะเลเจดีย์ที่มีความงดงามและสำคัญในพุทธศาสนา
ทะเลสาบอินเล มีพื้นที่กว้างขวางถึง 158 ตารางกิโลเมตร มีชุมชนชาวอินคาตั้งอยู่มากกว่า 200 แห่ง มีการใช้เท้าพายเรือ (ขาเดียว) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคนพื้นเมือง มีการทำเกษตรกรรมสวนลอยน้ำ(Floating Garden) ปลูกพืชผักเลี้ยงชาวพม่าได้ทั้งประเทศ
Read more: ทริปมัณฑะเลย์-พุกาม-อินเล 4วัน 3 คืน ราคา27,000 บาท(9-12ส.ค 57) รับจัดกรุ๊ปอย่างน้อย15 ท่าน... ดูโปรแกรมได้ที่ www.sarudatour.com ติดต่อสอบถาม 081-490-9229

ทริปพม่า ย่างกุ้ง – อินแขวน – สิเรียม – หงสาวดี

ทริปพม่า ย่างกุ้ง – อินแขวน – สิเรียม – หงสาวดี 4 วัน 3 คืน ราคา 19,900 บาท
· นมัสการเจดีย์ชเวดากอง ณ เมืองย่างกุ้ง (1 ใน 5 สิงศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) · ขอพรเทพทันใจ ที่เจดีย์โบตะทาว · ไหว้พระที่วัดบารมี นมัสการพระเกศาธาตุอย่างใกล้ชิด · สักการะเจดีย์ชเวมอร์ดอร์ ณ เมืองหงสาวดี (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) · ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1000 รูป ที่วัด ไจ้คะวาย · สักการะพระธาตุอินทร์แขวน ณ เมืองไจ้โท (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) · ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่ตลาดสก๊อต · พักดี 3 ดาว พร้อม! อร่อยเด็ดกับเป็ดปักกิ่ง สลัดกุ้งมังกร กุ้งแม่น้ำย่าง
รับจำนวนจำกัด ติดต่อ คุณศรุดา 081-490-9229 (รับจัดกรุ๊ปค่ะ) ดูโปรแกรม www.sarudatour.com

เมื่อถึงวันที่ " น้าปั๊ก " เจ้าของร้านพิซซ่าไทย ต้อง .. ฝังเข็ม

" น้าปั๊ก " นพพร น้อยวิจิตร เจ้าของร้านพิซซ่าไทย 3 สาขา ในพื้นที่ จังหวัดสุพรรณบุรี เกิดอาการปวดหลังจนต้องพึ่งหมอ ที่ โรงพยาบาลศุภมิตร จังหวัดสุพรรณบุรี มี พจ.สุกิจ นราธนากร แพทย์ประจำแผนกแพทย์แผนจีน แนะนำการรักษา ในแบบ " การฝังเข็ม " ต้นตำรับแพทย์แผนจีนโบราณ ให้สำหรับการรักษาอาการนี้
วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น. " น้าปั๊ก " นพพร น้อยวิจิตร เจ้าของร้านพิซซ่าไทย 3 สาขา ในพื้นที่ จังหวัดสุพรรณบุรี ได้แก่ สาขาสุพรรณภูมิ สาขาห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และ สาขาบางปลาม้า เกิดอาการปวดหลังจนต้องพึ่งหมอ ที่ โรงพยาบาลศุภมิตร จังหวัดสุพรรณบุรี มี พจ.สุกิจ นราธนากร แพทย์จีนบัณฑิต คณะวิทยาลัยแพทย์ทางเลือก สาขาแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม และ มหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน ประเทศจีน แนะนำการรักษา ในแบบ " การฝังเข็ม " ต้นตำรับแพทย์แผนจีนโบราณ ให้สำหรับการรักษาอาการนี้ให้
พจ.สุกิจ นราธนากร แพทย์ประจำแผนกแพทย์แผนจีน โรงพยาบาลศุภมิตร บอกว่า .. อาการที่เล่ามา ตั้งแต่ปวดหลังบริเวณไหล่ทั้งสองข้าง บริเวณสะโพก มีอาการนอนไม่หลับ ร่วมด้วย ถือเป็นอาการเบื้องต้น ของระบบการไหลเวียนโลหิต ที่ไม่ค่อยดีนัก ซึ่งรักษาให้หายขาด ได้ไม่ยาก โดยในครั้งนี้ คุณหมอได้แนะนำให้ " น้าปั๊ก " เลือกใช้วิธีการฝังเข็ม แม่เหล็กติดใบหูบำบัด ครอบกระปุกบำบัด โดยจะกระทำในคราวเดียวกันให้เลย
" น้าปั๊ก " มีอาการปวดหลังเรื้อรังมาหลายปี เคยไปพบแพทย์ที่กรุงเทพฯ มาก็หลายครั้ง ล่าสุดได้ย้ายมาทำการรักษา กับแพทย์ในคลินิก ที่สุพรรณบุรี ก็จะต้องทานยาประจำ พอปวดมากๆก็จะไปนวดตัว เป็นบางครั้ง กลับไปบ้านหลังปิดร้านพิซซ่าไทย ทั้งสามแห่งแล้ว ก็มักมีอาการนอนไม่ค่อยหลับ จึงมักปวดหัวเป็นประจำ วันนี้ผมจึงแนะนำเธอให้มาลองใช้บริการ การแพทย์ทางเลือก ในแบบ " การฝังเข็ม " ต้นตำรับแพทย์แผนจีนโบราณ ให้สำหรับการรักษาอาการนี้
พจ.สุกิจ นราธนากร แพทย์ประจำแผนกแพทย์แผนจีน โรงพยาบาลศุภมิตร บอก .. ดีใจมากที่พบพวกเรา เพราะได้ทราบว่า " น้าปั๊ก " มีอาการปวดหลังเรื้อรังมานาน ก็อยากให้รักษาให้หาย หมอบอก .. เรื่องแค่นี้ มัน จิบ จิบ เขาเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต กัน ยังมาหายที่นี่ แค่ปวดหลัง แค่นี้ รับรอง มาฝังเข็มสัปดาห์ละสองครั้ง สัก 4-5 สัปดาห์ ก็หาย
ว่าแล้ว คุณหมอสุกิจ ก็เริ่มฝังเข็มให้เธอ เท่าที่ผมนับได้ ประมาณกว่า 10 เล่ม ในจุดที่สำคัญๆ จากนั้น ก็กลับมานั่งสนทนากับผม ในห้องใกล้ๆนั้น คุณหมอเล่าให้ฟังว่า คนไข้ชุดที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต สมองฝ่อ ชุดที่ผมมาสัมภาษณ์ไปลงข่าว คราวนั้น หายเป็นปรกติกันหมดแล้ว และได้ไปบอกต่อ คนที่รู้จัก ญาติพี่น้อง มาทำการรักษา กันในระบบ แพทย์แผนจีน หรือ การฝังเข็ม กันเป็นจำนวนมาก วันหนึ่งๆมีคนไข้กว่า 20 ราย มาเข้าคิวทำการรักษากัน มากันไกลๆ ทั้งจาก กรุงเทพฯ ชลบุรี ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ก็ขึ้นกันมา บอกดูทางเว็บไซต์ ข่าวท้องถิ่น สุพรรณอินชัวร์ดอทคอม ก็นับว่า ปีที่ผ่านมา การแพทย์ทางเลือกแบบ ฝังเข็ม บูมมาก ผมถามคุณหมอว่า .. แล้วปีนี้ ราคาข้าวตกต่ำ ชาวนาเดือดร้อน ยอดคนไข้กระทบบ้างไหมครับ คุณหมอบอก .. โดนกันถ้วนหน้าครับ ค้าขายก็ตก เศรษฐกิจตก เรื่องป่วยไข้ ถึงแม้ว่าจะรอไม่ได้ ต้องรักษา แต่ก็ยังยอดตก เดิมเคยรักษา จันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 09.00 -15.00 น. อังคาร พุธ พฤหัสบดี ทำนอกเวลา 16.00 - 20.00 น. ก็ปรับเวลามาหยุด วันจันทร์ 1 วัน ก็เลยถือโอกาส ได้พักบ้าง
เวลาผ่านไปประมาณ ครึ่งชั่วโมง คุณหมอกลับไปที่ห้องฝังเข็มอีกครั้ง นำเข็มออก แล้ว ครอบกระปุกบำบัด ต่อให้เธอ จนเสร็จขั้นตอน ก่อนจะไปถึง แม่เหล็กติดใบหูบำบัด เป็น วิธีการสุดท้าย ที่ได้แจ้งกับเราไว้ในตอนแรก คุณหมอนัดครั้งต่อไป ในวันศุกร์ ช่วงเช้า เป็นครั้งที่สอง ในรอบสัปดาห์แรกนี้ ก็นับเป็นอีกการรักษาหนึ่ง ที่ผมถาม คนไข้ " น้าปั๊ก " ว่าเจ็บไหม เจ้าตัวบอก .. ไม่เจ็บ ก็จะติดตามดูการรักษา ในแบบ การแพทย์ทางเลือก " การฝังเข็ม " ต้นตำรับแพทย์แผนจีนโบราณ โดย พจ.สุกิจ นราธนากร แพทย์ประจำแผนกแพทย์แผนจีน โรงพยาบาลศุภมิตร กันในครั้ง ต่อไป ติดต่อปรึกษาอาการป่วย พจ.สุกิจ นราธนากร โทรศัพท์ 086-9790239 รพ.ศุภมิตร 035-500283-5
เปิดตำนานการรักษา " ต้นตำรับแพทย์แผนจีนโบราณ http://www.suphaninsure.com/wizContent.asp?wizConID=63092&txtmMenu_ID=7 เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณอินชัวร์ดอทคอม rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445

วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน ม.นเศวร จัด นิทรรศการ “ ช่างสิบหมู่ ”

นิทรรศการ “ช่างสิบหมู่” องค์ความรู้จากการศึกษาวิจัย เพื่อการสืบสานศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น
“นับแต่ได้ตามเสด็จเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ ข้าพเจ้าค้นพบด้วยความภาคภูมิใจว่า คนไทยของเรานี่เป็นผู้ที่มีความสามารถ เพียงแต่ได้โอกาสก็จะสร้างสรรค์ผลงานอันเยี่ยมยอดออกมาได้เสมอ” พระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๔ สะท้อนฝีมือด้านศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของคนไทยที่มีมาช้านาน หวังให้ลูกหลานเห็นคุณค่า สืบสานภูมิปัญญาดั้งเดิม
สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการสืบค้นข้อมูลและพัฒนาฐานข้อมูลช่างสิบหมู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างขึ้น เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับงานช่างสิบหมู่ อันจะนำไปสู่การสงวนรักษาและสืบทอดภูมิปัญญาของท้องถิ่น ตลอดจนพัฒนาเตรียมความพร้อมในการเป็นศูนย์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของแต่ละชุมชน ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคมและเอกลักษณ์ของชุมชน โดยเป็นการลงพื้นที่ศึกษาวิจัยใน ๙ จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี มีรองศาสตราจารย์ ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ เป็นหัวหน้าโครงการ พร้อมด้วยคณะผู้วิจัย ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.นิรัช สุดสังข์ อาจารย์สุรชาติ เกษประสิทธิ์ และอาจารย์สมหมาย มาอ่อน จากภาควิชาศิลปะและการออกแบบ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
จากการลงพื้นที่วิจัยพบว่า ในแต่ละท้องถิ่นต่างมีศิลปกรรมอันแตกต่าง บ้างเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิม บางอย่างมาจากการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนกับภูมิภาคอื่น หรือเป็นคนภูมิภาคอื่นมาทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ อย่างเช่นที่ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ อาจารย์สุรชาติ เกษประสิทธิ์ เล่าว่า “ที่นี่มีภูเขาอยู่มาก และบนภูเขาก็มีดินลูกรังหรือลูกกรวดที่มีส่วนผสมของแร่เหล็กเนื้อดี จึงทำให้เกิดอาชีพหนึ่งมาตั้งแต่สมัยอยุธยา นั่นคือ การตีดาบ (มีด) เหล็กน้ำพี้ โดยการถลุงแร่เหล็กจากภูเขา นำมาหลอมเพื่อคัดแยกแร่เหล็กออกมา จากนั้นใช้ความร้อนหลอมและตีให้กลายเป็นอาวุธ มีด ตลอดจนเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน”
ความสำคัญของเหล็กน้ำพี้ในอดีตคือ การทำอาวุธสำหรับพระมหากษัตริย์ แม่ทัพนายกองมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และมีการสืบทอดเรื่อยมา จากอาวุธ มีด เครื่องใช้ ปัจจุบันเป็นของที่ระลึก เป็น สัญลักษณ์แห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเปี่ยมด้วยมูลค่าและคุณค่า นิทรรศการ “ช่างสิบหมู่” ณ ชั้น ๒ อาคารวิสุทธิกษัตริย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดแสดงเรื่องราวของดาบน้ำพี้ รวมถึงงานศิลปหัตถกรรมของทั้ง ๙ จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เช่น ผลิตภัณฑ์หินอ่อน จังหวัดกำแพงเพชร, โรงหล่อพระบูรณะไทยจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก, การแกะลายกระดาษทำลายบั้งไฟร่วมสมัย จังหวัดเพชรบูรณ์, หัวโขนและเครื่องสวมครอบศีรษะ จังหวัดนครสวรรค์, ดอกไม้และตุ๊กตาประดิษฐ์ จังหวัดอุตรดิตถ์, ผลิตภัณฑ์กลึงไม้มะม่วงลานสัก จังหวัดอุทัยธานี, การแกะสลักหินแกรนิต จังหวัดตาก, เครื่องเบญจรงค์ จังหวัดพิจิตร เป็นต้น เพื่อเป็นคลัง เป็นต้นทุนทางศิลปวัฒนธรรม ให้ผู้สนใจได้ศึกษา ชื่นชม และอาจเป็นแรงบันดาลใจให้ก่อเกิดงานศิลปะรูปแบบใหม่ต่อไป เพราะงานฝีมือคือจิตวิญญาณของคนไทย
พรปวีณ์ ทองด้วง นักประชาสัมพันธ์ สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเศวร

เทศกาลเบิกบานใจแก๊ง 3 ช่า คาร์นิว้าว

จังหวัดสุพรรณบุรี ขอสร้างความสุข เติมรอยยิ้ม สร้างเสียงหัวเราะ กับสุดยอดอลังการงานโชว์ ''เทศกาลเบิกบานใจ แก๊ง 3 ช่า คาร์นิว้าว'' ในวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 16.00-23.00น. ณ สนามกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ขนกองทัพแก๊ง 3 ช่า ทั้ง หม่ำ จ๊กมก, เท่ง เถิดเทิง, โหน่ง ชะชะช่า, ตุ๊กกี้ ชิงร้อย, ส้มเช้ง สามช่า, พัน พลุแตก มามอบความสุขให้ถึงที่ ภายในงานทุกท่านจะได้พบความฮา “ละคร 3 ช่า”ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน, การBattle ความฮาในรูปแบบแก๊ง 3 ช่า ที่ผู้ชมในงานจะมีส่วนร่วมในการสร้างความสนุกนี้ พร้อมเต็มอิ่มกับเหล่าศิลปินดารารับเชิญชื่อดังมากมาย ที่จะคอยหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนมาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในกับผู้ชมทุกท่าน ฯลฯ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี โทร 035-545603

วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

พ่อเมืองสระบุรี นำชุดเฉพาะกิจ รวบเอเยนต์ ค้ายาบ้าฉายา “เสธฯนิด”

เมื่อ 3 พ.ค.57 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วย พ.อ.รังสรรค์ ยิ้มสู้ รองผอ.กอ.รมน.สบ.รองผู้ว่าฯฝ่ายทหาร พ.ต.อ. จักรกฤช วีระเดช ผกก.สภ.แก่งคอยร่วมกันแถลง ข่าวจับกุมพ่อค้ายาบ้ารายสำคัญในพื้นที่ อำเภอแก่งคอย อำเภอเมือง จ.สระบุรี พร้อมลูกค้าเสพ โดยมีพฤติกรรมชอบแต่งกลายคล้ายทหารอำพรางตัว จนประชาชนเข้าใจว่าเป็นทหารจริงในนาม “เสธนิด” เบื้องต้นรับสารภาพค้ายาบ้ามา 3 เดือนขายไปแล้วกว่าแสนเม็ด ทั้งนี้จากการตรวจค้นบ้านพบชุดทหารหลายชุด พร้อมประสานให้ ปปส.นำข้อมูลไปขยายผลต่อไป
ทั้งนี้คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้รับเรื่องร้องเรียนแจ้งเบาะแสการจำหน่ายยาเสพติดในเขตพื้นที่ พระพุทธฉาย อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี จึงได้สั่งการให้ชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสระบุรี นำโดย นายชรัส บุญณสะ ปลัดจังหวัดสระบุรี ว่าที่ ร.ต.สมพร ประดิษฐ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกัน และจนท. ปปส.ภาค 1 พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจ จังหวัดสระบุรี กว่า 30 นาย เข้าดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเข้าทำการจับกุมเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในเขตพื้นที่ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จ.สระบุรีได้ 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 21 เม็ด และจับกุมผู้เสพในเขตพื้นที่ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี จำนวน 8 ราย ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกัน ก่อนสอบสวนและขยายผลเข้าไปปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญที่หมู่ที่ 5 ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 17 เม.ย. แต่ผู้ค้ายาเสพติดได้วิ่งหลบหนีการจับกุมไปได้และยึดยาบ้าได้ 123 เม็ด ก่อนขยายผลไปถึงตัว นายชำนาญ หรือ น้อย คำหงษา ผู้ค้ารายสำคัญในเขตพื้นที่ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จ.สระบุรี และติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมระยะหนึ่งจึงมั่นใจได้ว่านายชำนาญฯมีพฤติกรรมดังกล่าวจริง จึงได้มีการประชุมวางแผนดำเนินการจับกุม จนกระทั่งเมื่อวันที่ 2 พ.ค. เวลาประมาณ 15.30 น. ชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสระบุรีได้นำกำลังไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จ.สระบุรี และเข้าควบคุมตัวพร้อมของกลางยาบ้า 788 เม็ด ยาบ้าผงอีก 1 ถุงเล็ก และยาไอซ์ 1.56 กรัม พร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน จำนวน 2 นัด หลังจากนั้นได้นำตัวมาตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหาพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติด และตรวจยึดเงินอีกจำนวน 30,000 บาท ซึ่งขณะทำการตรวจค้นอยู่นั้นก็มีผู้เสพขับรถจักรยานยนต์ เข้ามาซื้อยาบ้าและควบคุมตัวผู้เสพได้อีก 6 ราย นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย เพื่อดำเนินคดีต่อไป
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าฯสระบุรี กล่าวสรุปว่า การดำเนินงานในการปราบปรามยาเสพติดของชุดเฉพาะกิจจังหวัดสระบุรี ได้รับการสนับสนุนข้อมูลเบาะแสยาเสพติดจากพี่น้องประชาชนและผู้นำของหมู่บ้าน/ชุมชนที่แจ้งเบาะแสผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีและคอยสอดส่องดูแลติดตามพฤติกรรมของผู้ค้ายาเสพติดเครือข่ายดังกล่าวอย่างต่อเนื่องข้อมูลที่ทุกท่านได้แจ้งเบาะแสมานั้นล้วนส่งผลให้การทำงานด้านการปราบปรามยาเสพติดของจังหวัดสระบุรีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วจึงขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้
(คนธรรมดา ม้าตัวเดียว)