วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

กาญจนบุรี ฯพณฯ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี




     ฯพณฯนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคี โดยคณะกรรมการมูลนิธิพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราชอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นเจ้าภาพที่วัดทิพย์สุคนธาราม อ.ห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี 



         วันนี้ (3 พ.ย.57) เวลา 13.30 น. ที่วัดทิพย์สุคนธาราม ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ฯพณฯนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคี พร้อมด้วยท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ, นายวันชัย โอสุคนธ์ทิพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ,พ.อ.วุฒิชัย นาควานิช รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบ ที่ ๙ และข้าราชการ ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก



          คณะกรรมการคณะกรรมการมูลนิธิพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราชอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นเจ้าภาพในการทอดกฐินสามัคคี เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ที่วัดทิพย์สุคนธาราม อ.ห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราชอนุสรณ์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยสร้างขึ้นตามดำริของสมเด็จพระมหาธีราจารย์ อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง และอดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ณ วัดทิพย์สุคนธาราม ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี  มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปสำริด ปางขอฝน สูงถึง ๓๒ เมตร รายล้อมด้วยส่วนป่าพุทธอุทยาน เพื่อเป็นที่เคารพสักการบูชารวมทั้งเป็นแหล่งปฏิบัติธรรมและเป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้เพิ่มเติมของเหล่าพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและทั่วโลก




               โดยสมเด็จมหาธีราจารย์ อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง และอดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ได้ตั้งชื่อพระพุทธรูปองค์นี้ว่า "พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถ คันธารราฐอนุสรณ์” ซึ่งมีความหมาย ๓ ประการ ได้แก่ ๑) เป็นพระพุทธรูป ซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนชาวไทยและชาวโลก ๒) เป็นพระพุทธรูป ซึ่งเป็นที่พึ่งของ ๓ โลก อันได้แก่ โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และยมโลก ๓) เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้น เพื่อรำลึกถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน ต่อมา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระมหากรุณารับโครงการ ฯ ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไป




             ทั้งนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดที่จะสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ รวมทั้งจะได้มีศาสนสถานที่สำคัญเป็นศูนย์รวมจิตใจความเคารพสักการะของพุทธ ศาสนิกชนชาวไทย เกิดแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ อันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยสืบไป 




 ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี  /   เรวัติ  น้อยวิจิตร  กาญจนบุรีนิวส์

กาญจนบุรี สพพ.จัดการประชุมไทย - เมียนม่า ด้านงานก่อสร้างถนน



                สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) จัดการประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด งานก่อสร้างถนน จากด่านเจดีย์สามองค์/พญาตองซู-ทันพยูไซยัค (ช่วงท้ายหมู่บ้านพญาตองซู-บ้านช่องสง)และอาคารด่านชายแดน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการจากหน่วยงานทั้งของประเทศเพื่อนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปเป็นโครงการนำร่องเพื่อสานสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ




         วันนี้ (๑ พ.ย.๕๗ ) เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอพญาตองซู สาธารณรัฐแห่งสหภาพ-เมียนมาร์ นายธีรศักดิ์ มงคลโภชน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) และนายอู วิน หลุ่ย รองอธิบดีกรมโยธา สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จากประเทศไทย อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ศุลกากร หอการค้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เข้าร่วมประชุมประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด งานก่อสร้างถนนจากด่านเจดีย์สามองค์/พญาตองซู-ทันพยูไซยัค (ช่วงท้ายหมู่บ้านพญาตองซู- บ้านช่องสง)และอาคารด่านชายแดน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์



             สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) ได้ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด งานก่อสร้างถนนจากด่านเจดีย์สามองค์ /พญาตองซู-ทันพยูไซยัค (ช่วงท้ายหมู่บ้านพญาตองซู-บ้านช่องสง)และอาคารด่านชายแดน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เพื่อศึกษาความเหมาะสมของโครงการ โดยศึกษาและวิเคราะห์ครอบคลุม ทั้งด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผลกระทบและประโยชน์ที่เกิดขึ้นของโครงการฯ และเพื่อสำรวจออกแบบรายละเอียด ประเมินราคาค่าก่อสร้าง และเตรียมการประกวดราคา สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) จึงได้มีการจัดการประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด งานก่อสร้างถนนจากด่านเจดีย์สามองค์/พญาตองซู-ทันพยูไซยัค (ช่วงท้ายหมู่บ้านพญาตองซู-บ้านช่องสง)และอาคารด่านชายแดน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโครงการฯ ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายทราบและเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับโครงการเพื่อนำไปเสนอแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป



             ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้มีนโยบายในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ พร้อมทั้งได้มีนโยบายยกระดับจุดผ่านแดนบริเวณด่านเจดีย์สามองค์-พญาตองซู ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล สพพ.จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด งานก่อสร้างถนนจากด่านเจดีย์สามองค์ /พญาตองซู-ทันพยูไซยัค (ช่วงท้ายหมู่บ้านพญาตองซู-บ้านช่องสง)และอาคารด่านชายแดน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เพื่อดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด งานก่อสร้างถนนจากด่านเจดีย์สามองค์/พญาตองซู-ทันพยูไซยัค (ช่วงท้ายหมู่บ้านพญาตองซู-บ้านช่องสง)และอาคารด่านชายแดน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และอาคารด่านชายแดน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยมีจุดเริ่มต้นท้ายหมู่บ้านพญาตองซู ซึ่งอยู่ห่างจากเส้นเขตแดนประมาณ ๓ กิโลเมตร ไปสิ้นสุดที่บ้านช่องสง บริเวณริมแม่น้ำแมะกะสะ โดยมีระยะทางรวม ๑๒ กิโลเมตร ซึ่งหากโครงการนี้เสร็จจะส่งผลดีกับทั้ง ๒ ประเทศในด้านการขนส่ง การค้า และการท่องเที่ยว เป็นอย่างมาก 



                นายอู วิน หลุ่ย รองอธิบดีกรมโยธา สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ กล่าวว่า ทางสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) และทางรัฐบาลของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ได้ตกลงร่วมกันในการดำเนินโครงการสร้างถนนและด่านผ่านแดนซึ่งต้องขอขอบคุณทุกภาค ส่วนและขอให้ร่วมกันสร้างถนนให้เป็นเส้นใหญ่ มีมาตรฐานให้ได้และการสร้างด่านชายแดนที่มีมาตรฐานเพื่อความสะดวกในหลายๆด้าน 



             นายธีรศักดิ์ มงคลโภชน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) กล่าวว่า โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด งานก่อสร้างถนนจากด่านเจดีย์สามองค์/พญาตองซู-ทันพยูไซยัค. มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาถนนและพัฒนาด่านจุดผ่านแดนแทนจุดเก่าที่มีอยู่ เพื่ออำนวยความสะดวก ในด้านการเดินทางและการการค้า โดยได้ลงพื้นที่สำรวจในจุดที่จะสร้างถนนระยะทาง ๒๑ กิโลเมตร และสำหรับในเรื่องของด่านผ่านแดนขณะนี้ ยังไม่สามารถกำหนดในเรื่องจุดที่ตั้งของด่านผ่านแดนได้ จึงจะมีการหารือกันต่อไป เพื่อหาจุดที่เหมาะสม ดังนั้นจึงจะดำเนินการพัฒนาในเรื่องถนนก่อน ซึ่งการดำเนินการพัฒนาในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีของทั้ง ๒ ประเทศ และจะส่งผลถึงด้านการค้าและการท่องเที่ยวให้ได้รับความสะดวก อีกทั้งยังเป็นโครงการนำร่องโครงการอื่นๆในอนาคต ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์อีกด้วย



  ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี  /   เรวัติ  น้อยวิจิตร  กาญจนบุรีนิวส์

ประชุมวิชาการราชบัณฑิตสัญจร " การใช้สมุนไพรไทยกับปราชญ์ท้องถิ่น ครั้งที่ ๔ "


         

         

              ด้วยสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน จะจัดประชุมวิชาการราชบัณฑิตสัญจร สำนักวิทยาศาสตร์ เรื่อง " การสัมมนาเพื่อสืบสานภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรไทยกับปราชญ์ท้องถิ่น ครั้งที่ ๔ " ในวันอังคาร ที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๗.๐๐ น. ณ ห้อง ภีมวนา ๑ โรงแรมรอยัล ริเวอร์แควรีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี



               โดยมีวัตถุประสงค์  เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการใช้สมุนไพรไทยในภาคตะวันตกกับปราชญ์ท้องถิ่น หรือ แพทย์พื้นบ้านในถิ่นตะวันตก  และ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ที่ได้จากการสัมมนาจัดทำเป็นหนังสือ " ภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคตะวันตกด้านสมุนไพรไทย " เพื่อเผยแพร่ความรู้แก่ผู้ที่อยู่ในวงวิชาการด้านที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรไทยและประชาชนที่สนใจ



               การประชุมวิชาการครั้งนี้  ประกอบด้วยการปาฐกถา  การอภิปราย  และ การเสวนา เกี่ยวกับแพทย์พื้นบ้าน  สมุนไพรไทย และ ภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน


              กำหนดการ  วันอังคาร ที่ ๒๕  พฤศจิกายน ๒๕๕๗  เวลา ๐๗.๓๐-๐๘.๓๐ น.  ลงทะเบียน รับเอกสาร   ๐๘.๓๐ - ๐๙.๐๐ น.  ศ.ดร.เปี่ยมศักดิ์ เมนะเศวต  ราชบัณฑิต ประธานสำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสถาน กล่าวรายงาน  ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สันทัด โรจนสุนทร  ราชบัณฑิต  นายกราชบัณฑิตสถาน กล่าวเปิดประชุม



                เวลา ๐๙.๐๐  -๑๐.๐๐ น.  การแสดงปาฐกถา เรื่อง  " ภาพรวมการแพทย์พื้นบ้านในประเทศไทย "  โดย ศาสตราจารย์ ดร.ภก.ชยันต์ พิเชียรสุนทร  ราชบัณฑิต  ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. การอภิปราย เรื่อง  " ป่า สมุนไพร ชุมชน : การอยู่ร่วมอย่างอยู่รอด  พอเพียง และ ยั่งยืน "  โดย ดร.จำลอง เพ็งคล้าย ราชบัณฑิต  ศ.ดร.ทศพร วงศ์รัตน์  ราชบัณฑิต  ศ.ดร.สุธรรม  อารีกุล  ราชบัณฑิต  ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว  ราชบัณฑิต  ผู้ดำเนินการอภิปราย  ศ.ดร.ภก.ชยันต์ พิเชียรสุนทร  ราชบัณฑิต


                ๑๓.๐๐-๑๗.๐๐ น.  การเสวนา เรื่อง  " ภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้านภาคตะวันตก "  โดยแพทย์พื้นบ้าน  นายสมควร  ศรีสำราญ   นายเสวก ดีรักษา  นายสมคิด  ดียิ่ง  และ นายบุญส่ง ศรีสำราญ ผู้ดำเนินการอภิปราย  ศ.ดร.ภก.ชยันต์ พิเชียรสุนทร  ราชบัณฑิต


          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  ได้ที่  นางสาวรัตติกาล ศรีอำไพ  นางณัฐมาตย์ มูสิกะเจริญ  นางสาวกัณธวัฒน์  รัตนสุนทรสิทธิ์  โทร  ๐ ๒๓๕๖ ๐๔๖๖-๗๐  ต่อ  ๔๐๐๔ , ๔๐๑๕ , ๔๐๑๖ หรือ ๔๐๒๕


          ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมการสัมมนา  โดย กรอกแบบฟอร์มส่งราชบัณฑิตยสถาน ทางโทรสาร ๐ ๒๓๕๖ ๐๔๘๓ หรือ ทางอีเมล aitee28@gmail.com  ภายในวันจันทร์ ที่ ๑๗  พฤศจิกายน ๒๕๕๗  โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน  ข้าราชการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการจากต้นสังกัดได้ตามระเบียบราชการ

โปรดกรอกแบบฟอร์มส่งราชบัณฑิตยสถาน 



             เรวัติ  น้อยวิจิตร  สุพรรณบุรีนิวส์ rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

สุพรรณบุรี ครูชำนาญการเลี้ยว จยย.ตัดหน้าเก๋งเสย สาหัส



            เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 พ.ย. ร.ต.ท.ธนากร แก่นพุทรา  ร้อยเวร สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ถนนมาลัยแมนสายอู่ทอง-สุพรรณบุรี หมู่ 4 ต.อู่ทอง ไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยจักรนารายณ์ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีฟ้า ทะเบียน ขก 4310 ขอนแก่น จอดอยู่ ที่หน้ารถพบร่างแน่นิ่งของนายทิวา ศรีสมบูรณ์ อายุ 56 ปีอยู่บ้านเลขที่ 28/1 หมู่ 9 ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี นอนแน่นิ่งอยู่ ใกล้กันมี จยย.ยี่ห้อฮอนด้าสีน้ำเงินเทา  ทะเบียน 1 กค  2446 กาญจนบุรี ล้มอยู่ สภาพด้านข้างมีรอยถูกชนได้ความเสียหาย จึงรีบนำคนเจ็บส่ง รพ.อู่ทอง แต่เนื่องจากอาการโคม่าจึงส่งไปรักษาต่อ ที่รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช




           จากการสอบสวนทราบว่านายทิวา  เป็นครูชำนาญการ รร.วัดดอนแสลบ ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่ จยย.กลับจากทำธุระที่ธนาคาร มุ่งหน้ากลับบ้าน ถึงที่เกิดเหตุเป็นจุดกลับรถนายทิวา ได้เร่งเครื่องรถจยย.จากเลนซ้ายเข้าจุดกลับรถระยะกระชั้น จึงถูกรถเก๋งซึ่งมีนายจรูญ  ขวัญม่วง อายุ 48 ปีซึ่งเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งเป็นคนขับวิ่งมาทางตรงเบรคไม่ทันพุ่งชนอย่างจังเป็นเหตุให้นายทิวา ได้บาดเจ็บสาหัสหลังเกิดเหตุนายจรูญ ได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและยืนรอให้ปากคำอยู่ที่เกิดเหตุอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
















        เกรียงไกร  ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น อู่ทองนิวส์

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สมุทรสาคร ปลัดฯ มหาดไทยปลูกป่าชายเลน เปิด คก. คลองสวย น้ำใส




                วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2557 ที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 ตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายไมตรี อินทุสุต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และคณะลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ปลูกป่าชายเลน โดยมี ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและประชาชนให้การต้อนรับและร่วมกันปลูกป่าชายเลน ตามโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลและชายฝั่ง เพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมให้มีการปลูกป่าชายเลนเพิ่มขึ้น และให้เป็นแนวป้องกันภัยทางธรรมชาติจากการกัดเซาะของคลื่นลมชายฝั่งทะเล โดยกำหนดให้พื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ ซึ่งมีพื้นที่ดำเนินการประมาณ 7 ไร่ จำนวนต้นกล้า ที่ปลูกประมาณ 5,000 ต้น

 

                 ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดกลุ่มโครงการเน้นหนักตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการทำงานเชิงรุก จริงจัง เห็นผลสัมฤทธิ์โดยเร็ว และมีความยั่งยืนตามหลักการทำงานของรัฐบาล จำนวน 8 กลุ่มโครงการ ได้แก่ 1.ตามรอยเท้าพ่อ 2.คนไทยรักกัน 3.เมืองสวย น้ำใส 4.เมืองไทยน่าอยู่ 5.ดำรงธรรม ดำรงไทย 6.มหาดไทยใสสะอาด 7.ลดความเหลื่อมล้ำ แบ่งปันความสุข และ 8.เรียนรู้ค่านิยมไทย ก้าวไกลสู่อนาคต ซึ่งการดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล เป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มโครงการเมืองสวย น้ำใส เป็นการตอบสนองพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการที่จะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้รับมอบหมาย จากกระทรวงมหาดไทยให้จัดทำโครงการนี้ ซึ่งมีเป้าหมายทั้งประเทศ จำนวน 24 จังหวัด   





               ป่าชายเลนเป็นป่าไม้ที่สำคัญประเภทหนึ่งของประเทศไทย เป็นที่รวมของพืช สัตว์น้ำ และสัตว์บกนานาชนิด เป็นระบบนิเวศที่มีคุณค่ามหาศาล แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พื้นที่ป่าชายเลนถูกทำลายไปอย่างรวดเร็วจากการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าชายเลน อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากร และการขยายตัวของเมือง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าชายเลนเป็นที่เลี้ยงสัตว์น้ำ การตัดต้นไม้เกินกำลังผลิตของป่า 




             จึงสมควรจัดทำโครงการปลูกป่าชายเลนทดแทน เป็นการตอบสนองพระราชเสาวนีย์ในด้านการฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม การจัดทำโครงการนี้มุ้งเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และชุมชน ในการสนับสนุนการพัฒนาและต่อยอดการปลูกป่าชายเลนเพื่อคืนความสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ และเกิดผลของความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่






          ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร  /  ลิขิต  รักอยู่  สมุทรสาครนิวส์

นครปฐม ม.คริสเตียน จัดการประชุมอธิการบดีแห่งเอเชียครั้งที่ 13




           

            มหาวิทยาลัยคริสเตียนได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอธิการบดีแห่งเอเชียครั้งที่ 13                (The 13th Asian University Presidents Forum: AUPF)  ที่มหาวิทยาลัยคริสเตียน  จังหวัดนครปฐม   และโรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์  ระหว่างวันที่  22-25  ตุลาคม  พ.ศ.  2557 



          สืบเนื่องจากมติของการประชุม “The Steering  Committee  of  AUPF”  ใน The 12th Asian  University  Presidents  Forum    ที่  Universiti Malaysia Perlis (UniMAP)  สหพันธรัฐมาเลเซีย  เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว เมื่อเดือนตุลาคม  พ.ศ. 2556 ทั้งนี้การประชุม  AUPF ได้มีการจัดต่อเนื่องมาทุกปี  ตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2545 (ค.ศ 2002) และการประชุม AUPF ครั้งที่ 13นี้มีหัวข้อว่า“Transcultural Challenges with Transdisciplinary  Approaches for Innovation in Higher Education” นอกจากการพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของอธิการบดี และผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยในเครือข่าย     นี้แล้ว  การประชุมครั้งนี้ยังจัดให้มีการนำเสนอบทความวิจัยที่เกี่ยวกับนวัตกรรมใน  3  กลุ่มย่อย ได้แก่  นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและพยาบาล  และนวัตกรรมด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์และอื่นๆ  เป้าหมายหลักของ  AUPF เป็นเรื่องของการส่งเสริมศักยภาพของสถาบันอุดมศึกษา  เพื่อการสร้างนวัตกรรมที่มีความหลากหลายวัฒนธรรม   และหลากหลายสาขาวิชา  นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายในการส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ  เพื่อพัฒนาการอุดมศึกษาร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษา


          การประชุม The 13th AUPF มีอธิการบดี  50  ท่าน  รวมทั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯและนักวิชาการมาร่วมประชุมรวมจำนวน 146  คน  จาก  66  มหาวิทยาลัยใน  17  ประเทศ พิธีเปิดการประชุม The 13th AUPF จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยคริสเตียนโดย ได้รับเกียรติจาก  รองศาสตราจารย์  นายแพทย์ กำจร  ตันติยกวี  เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา  เป็นประธานพิธีเปิด และมหาวิทยาลัยคริสเตียนยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในประเทศ และต่างประเทศมาปาฐกถาพิเศษในหลากหลายหัวข้อ






          โดยในภาคเช้าได้รับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์   เมษินทรีย์ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารธุรกิจศศินทร์ บรรยายในหัวข้อ  “Advancing Education in the 21st Century; The Quest for the New Educational Paradigm Principles and Practices”  และในภาคบ่าย  ของวันเดียวกันได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์  อดีตเลขาธิการคระกรรมการ การอุดมศึกษา อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์    และนายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม  มาปาฐกถาในหัวข้อ “Transcultural Research for Innovation”  นอกจากนี้มหาวิทยาลัยคริสเตียนยังได้รับเกียรติจาก อธิการบดีของ  Dongseo University สาธารณรัฐเกาหลี  บรรยายหัวข้อ “Global Access Asia Project”  อธิการบดีของ Universiti Malasia Perlis (UniMAP)  สหพันธรัฐมาเลเซีย  บรรยายหัวข้อ  “Innovative Approach to World Class University”  และอธิการบดีของ Guangdong University of Foreign Studies  สาธารณรัฐประชาชนจีน  บรรยายหัวข้อ “Internationlization  of  Education”


               ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จันทร์จิรา วงษ์ขมทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยคริสเตียนนำเสนอผลงานวิจัยชื่อเรื่อง  “The  Competencies  of  StrategicInnovation  Leadership  Competencies  of  Chief  Nurse  Executives  in  Private  Hospitals  in  Bangkok”  และยังกล่าวต่อไปว่า “นวัตกรรมเป็นหัวใจหลักของสถาบันอุดมศึกษา และเป็นจุดเริ่มต้นของแหล่งความรู้ในการพัฒนาบัณฑิตให้มีศักยภาพเพื่อเข้าสู่กำลังคนของประชาคมโลก  การจัดให้มีการใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนหลักสูตรต่างๆเพียงประการเดียวไม่พอ  แต่มหาวิทยาลัยควรออกแบบหลักสูตรที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางวิทยาการ  จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายให้สถาบันอุดมศึกษาจะต้องมีการสร้างนวัตกรรมของหลักสูตรและการทำวิจัยเพื่อให้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและสังคม”





               ในวันสุดท้ายของการประชุม  AUPF  ครั้งที่  13 มหาวิทยาลัยคริสเตียนยังได้จัดให้มีการลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ  (Memorandum of Understanding : MOU)  โดยมีสถาบันอุดมศึกษาให้ความสนใจที่จะขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการร่วม  50  สถาบัน


  พรรณิภา  แก้วมาก ฝ่ายสื่อสารองค์กร  
034-229480  ต่อ  1171  0871520191

สุพรรณบุรี รถหรูติดแก๊สไปทอดกฐินไฟไหม้วอดหวิดครอกหมู่




            เมื่อเวลา  11.30 น. วันที่ 2 พ.ย.  ร.ต.ท.อนุรุต  นวมทอง   พงส.สภ.ศรีประจันต์  จ.สุพรรณบุรี  รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถที่ถนนสายสุพรรณบุรี – ชัยนาท  หมู่ 2 ต.วังน้ำซับ ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ไพฑูรย์  อยู่พะเนียด  ผกก. รถดับเพลิงเทศบาลตำบลศรีประจันต์ และมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนพบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน ศณ  8809  กทม. อย่างรุนแรงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงระดมฉีดน้ำเพื่อดับไฟใช้เวลา 20 นาทีเพลิงจึงสงบ พบว่ารถถูกไฟเผาวอดทั้งคัน



             จากการสอบถาม น.ส.ภัสพร  อุบลมณี  อายุ 36 ปี   เจ้าของรถซึ่งกำลังยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ในอาการตกใจ เล่าว่าก่อนเกิดเหตุตนพร้อมกับญาติประมาณ 10 กว่าคน ขับรถตามกันมาสองคันจะไปทำบุญทอดกฐินที่วัดหนองผักนาก  อ.สามชุก ในรถตู้มีเด็กทั้งชายหญิงซึ่งเป็นหลานของตนเองอยู่ในรถจำนวน 6 คน ถึงที่เกิดเหตุรู้สึกร้อนที่ขาและมีควันพุ่งเข้ามาในห้องโดยสาร  จึงรีบจอดรถแล้วก็เปิดประตูพาเด็กๆที่อยู่ในรถหนีตายออกมาอย่างอลหม่านพร้อมกับโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถดับเพลิง จากนั้นไม่นานไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้รถถูกเผาเสียหายทั้งคัน



             จากการตรวจสอบพบมีเงินสดส่วนตัวจำนวนสองหมื่นบาท ซองกฐินที่ร่วมกันทำบุญประสามหมื่นกว่าบาทที่เตรียมไปทอดให้กับทางวัดถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด สำหรับรถคันดังกล่าวได้ติดแก๊ส LPG  เป็นเชื้อเพลิงส่วนสาเหตุการเกิดไฟไหม้ในครั้งนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดอีกครั้ง นับว่าโชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดและอันตรายจากเหตุหารณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด








        เกรียงไกร ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการข่าวท้องถิ่น  อู่ทองนิวส์