วันพุธที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560

สุพรรณบุรี ขานรับนโยบายรัฐบาล นำร่อง “ สุพรรณบุรีโมเดล นาแปลงใหญ่ ”



            ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี  นายพิภพ บุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวถึง การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การซื้อขายผลผลิตข้าวนาแปลงใหญ่ ปีการผลิต 2560/61 ว่า จังหวัดสุพรรณบุรี ขานรับนโยบายรัฐบาล นำร่อง “ สุพรรณบุรีโมเดล นาแปลงใหญ่ ” ซึ่งการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการแสดงความร่วมมือ ในการส่งเสริมเกษตรกรที่เข้าร่วมระบบการรวมกลุ่มแบบนาแปลงใหญ่ และเป็นไปตามแนวทางการตลาดนำการผลิตและเพื่อให้เกษตรกรเกิดความเชื่อมั่นในด้านการตลาด จากการเพาะปลูกข้าวที่มีคุณภาพ เป็นการยกระดับการซื้อขายข้าวเปลือก โดยการมีส่วนร่วมของ 3 ฝ่าย คือ ราชการ ชุมชน เอกชน หรือ ประชารัฐ ร่วมบูรณาการทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิตจนถึงการตลาดระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย  สร้างความเข้าใจในการซื้อและการขาย ทั้งสองฝ่ายต้องยึดถือแนวปฏิบัติให้เป็นตามข้อตกลง





             ทั้งนี้ สมาชิกกลุ่มนาแปลงใหญ่ ต้องเพาะปลูกข้าว ให้เป็นไปตามหลักวิชาการ และเก็บเกี่ยวผลผลิตตามอายุของข้าวแต่ละชนิด ก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต เกษตรกร หรือผู้แทนกลุ่ม จะต้องแจ้งโรงสีเป็นการล่วงหน้า โดยราคาที่ทำการซื้อข้าวเป็นไปตามคุณภาพ และตามกลไกตลาดข้าว ผู้ซื้อต้องกำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกที่ เป็นธรรม โดยใช้ราคากลางที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุพรรณบุรี ประกาศรายวันเป็นราคาขั้นต่ำและต้องใช้เครื่องมือวัดคุณภาพข้าว ได้แก่ การชั่งน้ำหนักหักความชื้นสิ่งเจือปน ตามระเบียบกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กำหนด และบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ หากทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย หากมีปัญหาเกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายต้องยินดีที่จะหาแนวทางแก้ไข ร่วมกันอย่างฉันท์มิตร โดยมีผู้แทนภาครัฐเข้าร่วมหารือด้วย อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ เกษตรอำเภอทุกอำเภอ






เกรียงไกร  ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการข่าว        
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

วันอังคารที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560

วช.จัดแข่งขันอากาศยานไร้คนขับหวังลดพึ่งพาต่างประเทศ



สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จัดการแข่งขันการประกวด อากาศยานไร้คนขับ หวังสร้างแรงจูงใจให้เกิดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีลักษณะนี้ ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงในวงกว้าง




ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า อากาศยานไร้คนขับ หรือ Unmanned Aerial Vehicle หรือ UAV เป็นสิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในภารกิจต่างๆ ได้อย่างสะดวก ลดระยะเวลา ช่วยทุนแรง ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการใช้งานในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงได้ยาก มีความเสี่ยงหรือเป็นอันตราย ทั้งภารกิจด้านพลเรือน เช่น การสำรวจหรือถ่ายภาพพื้นที่ทางอากาศ การพ่นยาฆ่าแมลง เป็นต้น และภารกิจด้านการทหาร เช่น การลาดตระเวน การสนับสนุนหน่วยรบในการชี้เป้า เป็นต้น อีกทั้งมีแนวโน้มการนำ UAV มาใช้งานในภารกิจต่างๆ ของไทยเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและส่งเสริมการวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านต่าง ๆ ของประเทศเพื่อก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยกำหนดให้การพัฒนาหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเป้าหมาย




ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. กองทัพบก สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จึงจัดให้มีการประกวด “อากาศยานไร้คนขับ” ประจำปี 2560 เพื่อผลักดันและสร้างแรงจูงใจให้เกิดการวิจัยและพัฒนา UAV ในประเทศให้สามารถพึงตนเองได้ ลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และส่งเสริมให้มีการนำ UAV ไปใช้ประโยชน์ได้จริงมิติต่าง ๆ ได้ในวงกว้าง โดยมีทีมสมัครเข้าร่วมแข่งขันรวม 41 ทีม แบ่งเป็นประเภทรางวัลออกเป็น 4 ด้าน ๆ ละ 3 รางวัล มีรางวัลชนะเลิศ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และรองชนะเลิศอันดับ 2 ประกอบด้วย ด้านความมั่น ด้านการเกษตร ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการคมนาคมขนส่งและเทคโนโลยีสารสนเทศ 





ทั้งนี้ การนำเสนอผลงานการประกวดกำหนดจัดขึ้น ณ สนามบินมณฑลทหารบกที่ 14 ภายในค่ายนวมมินทราชินี กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยแบ่งเป็น 2 รอบ ดังนี้ รอบที่ 1 วันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม 2560 เป็นรอบคัดเลือกเหลือประเภทละ 3 ทีม จะได้ทีมรวมทั้งสิ้น 12 ทีม เพื่อผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ รอบที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม 2560 เป็นรอบชิงชนะเลิศ พร้อมถ่ายทอดสดโดยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทีมผู้เข้าประกวดที่ได้คะแนนรวมสูงสุดในแต่ละด้านจะได้เป็นผู้ชนะเลิศในด้านนั้น ๆ และได้รับรางวัลเงินสดพร้อมถ้วยรางวัล โดยทีมที่มีคะแนนรวมสูงสุดยังจะได้รับรางวัล Champ of The Champ ของการประกวดในครั้งนี้ด้วย และจะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล









จำนงค์ ศรัณยพิพัฒน์ เครือข่ายประชาสัมพันธ์ วช.
เรวัติ  น้อยวิจิตร  นสพ.พลังชน  rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

สุพรรณบุรี ศูนย์ ปภ.เขต ๒ ร่วมใจถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว





             ที่ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2  สุพรรณบุรี นำโดยนายศุภภิมิตร เปาริก ผู้อำนวยการศูนย์ ปภ.เขต๒ สุพรรณบุรี   พร้อมข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ร่วมใจถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพร แด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2560  ทั้งนี้ เพื่อให้บุคลากรของศูนย์ ได้ร่วมแสดงความกตัญญูกตเวทีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีถวายเป็นราชสักการะ











              นายศุภภิมิตร เปาริก ผู้อำนวยการศูนย์ ปภ.เขต๒ สุพรรณบุรี กล่าวว่าศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต  2 สุพรรณบุรี  มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา  65 พรรษา  28 กรกฎาคม 2560 ใน 3  กิจกรรมประกอบด้วย  ส่วนที่  1   พิธีลงนามถวายพระพรภายในศูนย์ปภ.เขต 2 สุพรรณบุรี ส่วนที่สองได้ร่วมกับทางจังหวัด และส่วนที่ 3 ศูนย์ปภ.เขต2 สุพรรณบุรีได้ไปร่วมลงนามถวายพระพร ที่พระบรมหาราชวัง ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  ด้วยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้









เกรียงไกร  ก่อเกียรติตระกูล  บรรณาธิการข่าว        
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445


สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทยเข้ายินดีกับ นายกสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์



วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๐ ผศ.ดร.ศักดิ์ดา ศิริภัทรโสภณ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการบริหารและเจ้าหน้าที่สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย เข้าร่วมแสดงความยินดีกับ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ณ ห้องรับรองชั้น ๓ อาคาร วช. ๒ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ




ผศ.ดร.ศักดิ์ดา ศิริภัทรโสภณ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย กล่าวว่าสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย มีความผูกพันในการทำงานและได้รับความร่วมมือในการดำเนินงานของสมาคมฯ จากท่านศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จนปัจจุบันท่านก็ยังคงให้ความอนุเคราะห์กับสมาคมในการทำงานมาโดยตลอดอย่างสม่ำเสมอ ในโอกาสที่ท่านเข้ารับตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ทางสมาคมฯ และตัวกระผมจึงรู้สึกมีความยินดีที่ท่านจะได้ช่วยพัฒนาการศึกษาให้กับเยาวชนได้ดียิ่งขึ้นต่อไป






ปัจจุบันการดำเนินงานของสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย มีการวางแผนการดำเนินงานที่จะพัฒนานักวิจัยและงานทางด้านวิชาการ โดยได้มีคณะอนุกรรมการพัฒนางานวิชาการ เพื่อให้นโยบายและแผนงานด้านการพัฒนางานวิชาการของสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมี ดร.ประดิษฐ์ ดีวัฒนกุล เป็นประธานคณะอนุกรรมการ และมีท่านอาจารย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านวิชาการช่วยกันขับเคลื่อนการประสานความร่วมมือ เชื่อมโยงเครือข่ายวิชาการระหว่างสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทยและองค์กรต่างๆ ในการจัดประชุมสัมมนาวิชาการนานาชาติ และสัมมนาวิชาการภายในประเทศ ตามประเด็นที่สำคัญของประเทศ เช่น ประเทศไทยจะเข้าสู่ไทยแลนด์ ๔.0 เป็นต้น





จึงขอเชิญชวนนักวิจัยและนักวิชาการสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันพัฒนางานวิจัยและงานทางวิชาการ สมัครได้ที่สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย อาคาร วช. ๘ เลขที่ ๑๙๖ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๕๗๙ ๐๗๘๗, ๐๘๗ ๙๓๑ ๕๓๐๓ email: ar@ar.or.th หรือ www.ar.or.th






อนงค์วดี จีระบุตร ประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
เรวัติ  น้อยวิจิตร  นสพ.พลังชน  rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

เอไอเอส ส่ง " แอปฯ อสม.ออนไลน์ " สนับสนุนงานสาธารณสุขก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0




             เอไอเอส จับมือกระทรวงสาธารณสุข และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัด “ ประกวดการใช้งานแอปฯอสม.ออนไลน์ ”





              เอไอเอส ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  จัดโครงการ “ ประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ” ส่งเสริมงานสาธารณสุขก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยเชิญชวนหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านทั่วประเทศ เข้าประกวดฯ เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ด้านสาธารณสุขในการดูแลสุขภาพคนในชุมชน พร้อมรับเงินสนับสนุน “ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข”มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท








           นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)หรือ เอไอเอส กล่าวว่า เพื่อเป็นการตอกย้ำความร่วมมือของภาครัฐ และเอกชนในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปส่งเสริมงานด้านสาธารณสุข เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว ฉับไว แม่นยำ และทันต่อสถานการณ์ในการดูแลสุขภาพของคนในชุมชนทั่วประเทศ







              เอไอเอส จึงได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  (ดีอี) เชิญชวนหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จัดโครงการ“ ประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์” รับเงินรางวัลสนับสนุน “ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข” มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท โดยแบ่งรางวัลเป็น 2 ระดับ ได้แก่ รางวัลดีเด่นระดับประเทศ รางวัลละ 100,000 บาท จำนวน 10 รางวัล  และรางวัลดีเด่นระดับจังหวัด (77 จังหวัด) รางวัลละ 40,000 บาท จังหวัดละ 2 รางวัล รวม 154 รางวัล








                หน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และรพ.สต. ที่สนใจเข้าร่วมประกวดจะต้องสมัครร่วมกับชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขของหน่วยงานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมินั้นๆ โดยกรอกแบบฟอร์มใบสมัครทาง www.ais.co.th/aorsormor ซึ่งเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2560 ทั้งนี้ เกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากจำนวนการใช้แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ และรายงานเชิงคุณภาพจากการนำแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ไปใช้ในการดูแลสุขภาพประชาชน ซึ่งจะประกาศผลรางวัลผู้ชนะในวันที่ 25 ธันวาคม 2560     สำหรับหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และรพ.สต.ที่สนใจเข้าร่วมประกวดฯ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.ais.co.th/aorsormor, Facebook อสม.ออนไลน์ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่โทร.06 2520 1999






ณัชลัลน์ มีแสงนิล ประชาสัมพันธ์เอไอเอส ภูมิภาค-ภาคกลาง
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445

วันจันทร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

วช.จัดสัปดาห์วิจัยช่วงมหกรรมวิจัยแห่งชาติ



สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ชวนตื่นตาตื่นใจกับงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติโดยปีนี้ผนึกกำลังเครือข่ายวิจัยนำเสนอผลงานภายใต้กิจกรรม " สัปดาห์แห่งงานวิจัยแห่งชาติ "  



ศาสตราจารย์นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า มหกรรมวิจัยแห่งชาติปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่ 12 ได้รวม 3 งานใหญ่ที่จัดขึ้นในช่วงเวลา เดียวกันให้เป็นสัปดาห์แห่งงานวิจัยแห่งชาติ โดยการรวมพลังพันธมิตรด้านวิจัยระหว่างสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. สำงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว.และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. การรวมพลังเครือข่ายวิจัยของประเทศครั้งนี้จะนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน และจะเห็นทิศทางงานวิจัยชัดเจนขึ้น โดยสัปดาห์แห่งงานวิจัยฯ ประกอบด้วย  




 
1.มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560 ภายใต้แนวคิดวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-27 สิงหาคมนี้ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานมีผลงานความก้าวหน้าใหม่ๆ กว่า 500 ชิ้นงาน เช่น อุปกรณ์ดักและฆ่าลูกน้ำยุงลาย เทคโนโลยีกล้องตรวจจอตาผู้ป่วยเบาหวาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ ความรู้วิชาการและพบปะนักวิจัย  
2. นิทรรศการและการประชุมวิชาการ จัดโดย สกว. โอกาสครบรอบ 25 ปี สกว. เพื่อให้รู้ว่า การสร้างคน สร้างความรู้ สร้างอนาคตด้วยระบบวิจัยเป็นอย่างไร พร้อมช๊อป ชิม ชม กันได้ ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม ที่รอยัล พารากิน ฮอลล์  
3.การประชุมวิชาการน้ำมันรำข้าวนานาชาติ จัดโดย สวก.ที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคมนี้ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการจาก 5 ประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ พร้อมทั้ง 22 หน่วยงานทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมด้วย เพื่อค้นหาความต้องการงานวิจัยเพิ่มเติมสำหรับวิสาหกิจชุมชนข้าว เพื่อนำไปสู่ไทยแลนด์ 4.0  




เลขาธิการ วช. กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ แห่งงานวิจัยฯ ถือเป็นการชุมนุมใหญ่ของ ประเทศด้านงานวิจัย โดยเฉพาะผลงาน ที่จัดแสดงในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติปีนี้ ซึ่งมีทั้งส่วนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ งานวิจัยที่ใช้ประโยชน์ได้ใน 7 กลุ่ม และ การประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา เชื่อว่าจะสร้างความตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจ ให้กับผู้เข้าชมแน่นอน เพราะแต่ละผลงาน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง


 




จำนงค์ ศรัณยพิพัฒน์ เครือข่ายประชาสัมพันธ์ วช.
เรวัติ  น้อยวิจิตร  Hub Admin rewat.noyvijit@hotmail.com  081-9107445