วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ประกันสังคมสุพรรณบุรี มอบสิ่งของและเยี่ยมผู้ประกันตน
นายสมศักดิ์ อภิวันทนกุล ประกันสังคมจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานมอบสิ่งของและเยี่ยมผู้ประกันตนที่บาดเจ็บที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยมราช สุพรรณบุรี ซึ่งด้วยเป็นวันแรงงานแห่วชาติประจำปี ๒๕๕๗
วรเทพ บุญประเสริฐ สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดฯ รายงาน
วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
โครงการเชิดชูคนดี " บุคคลต้นแบบ " กัลยาณมิตร ป.ป.ช.
สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี เชิญชวนผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกัลยาณมิตร ป.ป.ช.ตามโครงการเชิดชูคนดี " บุคคลต้นแบบ ”
นายพงษ์ศักดิ์ โชติพงษ์ รักษาการ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันการและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดสุพรรณบุรี แจ้งว่า เพื่อสรรหาผู้ประพฤติปฏิบัติตนดีเด่นด้านจริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต ยกย่องเชิดชูและสร้างขวัญกำลังใจผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ส่งเสริมให้ผู้ได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม สำนักงานป้องกันการและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงได้จัดทำโครงการเชิดชูคนดี "บุคคลต้นแบบ” คัดเลือกกัลยาณมิตร ป.ป.ช.ขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกัลยาณมิตร ป.ป.ช.ตามโครงการเชิดชูคนดี " บุคคลต้นแบบ ”
โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณา และคุณสมบัติของผู้สมัครกัลยาณมิตร ป.ป.ช. ดังนี้ เป็นบุคคลทั่วไป (มีภูมิลำเนาและหลักฐานทางทะเบียนราษฎรอยู่ในจังหวัด) เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติตนชอบด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่เป็นภิกษุ สามเณร หรือนักบวช ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีอาญา ไม่มีตำแหน่งในพรรคการเมือง สำหรับคณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกกัลยาณมิตร ป.ป.ช.ระดับจังหวัด จะมีหน้าที่พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่ประพฤติปฏิบัติตนดีเด่นด้านจริยธรรม เป็นกัลยาณมิตร ป.ป.ช.ระดับจังหวัด ตามหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติที่กำหนด นำเสนอคณะอนุกรรมการเสริมสร้างทัศนคติค่านิยมในความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ดำเนินการในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป
นำเสนอข้อมูลบุคคล เพื่อพิจารณาคัดเลือกเป็นกัลยาณมิตร ป.ป.ช. ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี โทร 035-511178-9
เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณอินชัวร์ดอทคอม rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445
วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
อำเภออู่ทอง จัดงานเทศกาล “ หัวโตอู่ทอง ครั้งที่ 2 ปี 2557 ”
นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ นายอำเภออู่ทอง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 อำเภออู่ทองได้ประชุมคณะกรรมการภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อจัดงานเทศกาล “หัวโต อู่ทอง ครั้งที่ 2 ปี 2557” ณ ห้องประชุมอำเภออู่ทอง ผลการประชุมสรุปได้ดังนี้
อำเภออู่ทองกำหนดจัดงาน “เทศกาลหัวโตอู่ทอง ครั้งที่ 2 ปี 2557” ขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 25 พฤษภาคม 2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณีการแห่หัวโตกลองยาว ซึ่งเป็นการละเล่นของภาคกลางให้คงอยู่เป็นมรดกของชาติไทยสืบไป และเพื่อเป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองโบราณอู่ทอง รวมถึงเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ
วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 ประกาศให้เมืองโบราณอู่ทองเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยในปีนี้จะ มีการชุมนุมหัวโตกลองยาว จำนวน 187 หัว มากที่สุดในประเทศไทย ทำลายสถิติปีที่ผ่านมา ซึ่งจะมีหัวโตในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย อันประกอบไปด้วย (1)หัวโตทวารวดี (2)หัวโตตลกพื้นบ้าน (3)หัวโตหัวล้านแบบต่างๆ (4)หัวโตการ์ตูน (5)หัวโตตลกรูปแบบต่างๆ (6)หัวโตล้อเลียนการเมือง (7)หัวโตลูกปัด (8)หัวโต 12 นักษัตร เป็นต้น โดยจะมีขบวนแห่จากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ขบวนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน รวมจำนวน 21 ขบวน ดังนี้
(๑) ขบวนเทิดพระเกียรติ โดยชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภออู่ทอง จำนวน 1 ขบวน (2) ขบวนบูชาสักการะเจ้าพ่อพระยาจักร โดย คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อพระยาจักร และชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเมืองโบราณทวารวดีอู่ทอง จำนวน 1 ขบวน (3) ขบวนแห่เฉลิมฉลองเมืองโบราณอู่ทอง ประกอบด้วย เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน ๑๕ ขบวน (4) ขบวนของ อสม. อำเภออู่ทอง โดยสำนักงานสาธารณสุขอำเภออู่ทอง จำนวน 1 ขบวน (5) ขบวนของโรงงานน้ำตาลวังขนาย จำนวน 1 ขบวน (6) ขบวนรถม้า โดยสถานีตำรวจภูธรสระยายโสม จำนวน 1 ขบวน (7) ขบวนจักรยานโบราณเล่าเรื่องเมืองอู่ทอง โดยชมรมจักรยานโบราณหมู่ที่ 3 ตำบลอู่ทอง จำนวน 1 ขบวน
สำหรับการจัดขบวนแห่หัวโตอู่ทอง กำหนดในวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2557 เวลา 15.00 น. โดยเริ่มจากการถ่ายภาพการชุมนุมหัวโตมากที่สุดในประเทศ 187 หัว และต่อด้วยพิธีเปิดงาน บริเวณหน้าโรงเรียนภาวนาภิมณฑ์ ถนนท้าวอู่ทอง จากนั้นขบวนแห่จะเคลื่อนไปตามถนนท้าวอู่ทอง ผ่านตลาดอู่ทอง เลี้ยวซ้ายไปตามถนนมาลัยแมน เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ถนนจักรนารายณ์ ผ่านตลาดสีทอง สิ้นสุดขบวนที่บริเวณศาลเจ้าพ่อพระยาจักร ตลอดเส้นทางของขบวน มีการประดับตกแต่งด้วยริ้วธง สวยงาม
ในปีนี้ ภาคเอกชนได้จัดงานเทศกาลอาหารอร่อยเมืองอู่ทอง ให้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานเทศกาลหัวโตอู่ทอง ครั้งที่ 2 ปี 2557 ระหว่างวันที่ 23 – 25 พฤษภาคม 2557 ณ ศาลเจ้าพ่อพระยาจักร โดยรวบรวมอาหารอร่อยของดีในเขตอู่ทองและพื้นที่ใกล้เคียง มาร่วมกันออกร้าน ภายในงานเฉลิมฉลองดังกล่าว มีการแสดงดนตรีเพื่อสร้างความสนุกสนานกับผู้มาเที่ยวงาน จึงขอประชาสัมพันธ์ เชิญชวนให้นักท่องเที่ยว พี่น้องประชาชน มาร่วมงานในช่วงเวลาดังกล่าว รายละเอียดสอบถามได้ที่ สำนักงานอำเภออู่ทอง โทร 0-3555-1001 ต่อ 102
***********************
กำหนดการ
งานเทศกาลหัวโตอู่ทอง ครั้งที่ 2 ปี 2557 และเทศกาลอาหารอร่อยเมืองอู่ทอง
****************
วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2557
เวลา ๑7.๐๐ น. - พิธีเปิดงานเทศกาลอาหารอร่อยเมืองอู่ทอง ณ ศาลเจ้าพ่อพระยาจักร - การแสดงบนเวที
วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2557
เวลา ๐9.๐๐ น. - พิธีบวงสรวงและสักการะเจ้าพ่อพระยาจักร เวลา ๑5.00 น. - ขบวนแห่เฉลิมฉลองเมืองโบราณอู่ทอง และขบวนแห่หัวโตอู่ทอง พร้อมกันบริเวณหน้า
โรงเรียนภาวนาภิมณฑ์ ถนนท้าวอู่ทอง ประกอบด้วยขบวนแห่จำนวน 21 ขบวน ดังนี้ (๑) ขบวนเทิดพระเกียรติ จำนวน 1 ขบวน (2) ขบวนบูชาสักการะเจ้าพ่อพระยาจักร จำนวน 1 ขบวน (3) ขบวนแห่เฉลิมฉลองเมืองโบราณอู่ทอง ประกอบด้วย เทศบาลและองค์การ บริหารส่วนตำบล จำนวน ๑๕ ขบวน (4) ขบวนของ อสม.อำเภออู่ทอง จำนวน 1 ขบวน (5) ขบวนของโรงงานน้ำตาลวังขนาย จำนวน 1 ขบวน (6) ขบวนรถม้า จำนวน 1 ขบวน (7) ขบวนจักรยานโบราณเล่าเรื่องเมืองอู่ทอง จำนวน 1 ขบวน
เวลา ๑5.3๐ น. - การถ่ายภาพหมู่ชุมนุมหัวโตกลองยาวมากที่สุดในประเทศไทย เวลา ๑6.๐๐ น. - พิธีเปิดงานเทศกาลหัวโตอู่ทอง ครั้งที่ 2 ปี 2557 - ขบวนหัวโตอู่ทอง เคลื่อนไปตามถนนท้าวอู่ทอง ผ่านตลาดอู่ทอง เลี้ยวซ้ายไปตามถนน มาลัยแมน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนจักรนารายณ์ ไปสิ้นสุดขบวนที่บริเวณศาลเจ้าพ่อพระยาจักร - งานเทศกาลอาหารอร่อยเมืองอู่ทอง ณ ศาลเจ้าพ่อพระยาจักร - การแสดงบนเวที
วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2557
เวลา ๑7.๐๐ น. - งานเทศกาลอาหารอร่อยเมืองอู่ทอง ณ ศาลเจ้าพ่อพระยาจักร - การแสดงบนเวที
*****************
สำนักงานอำเภอ โทร 0-3555-1001 ต่อ 102
ที่ทำการปกครองอำเภออู่ทอง กลุ่มงานบริหารงานปกครอง โทร. ๐-๓๕๕๕-๑๐๐๑ ต่อ ๑๐๒
ม.คริสเตียน จัดเสวนา “ ทิศทางการจ้างงานด้านโลจิสติกส์ในประเทศไทย ”
การเสวนาวิชาการ เรื่อง “ ทิศทางการจ้างงานด้านโลจิสติกส์ในประเทศไทย”
รองศาสตราจารย์ ดร.วินัย รังสินันท์ ที่ปรึกษาด้านวิจัย มหาวิทยาลัยคริสเตียน ได้รับมอบหมายจากอธิการบดี ให้เป็นประธานเปิดการเสวนาวิชาการ เรื่อง “ ทิศทางการจ้างงานด้านโลจิสติกส์ในประเทศไทย” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557 ณ ห้องประชุม 8 – 1 ชั้น 8 ศูนย์ศึกษาสยามคอมเพล็กซ์ กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ฐาปนา บุญหล้า ประธานหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต และประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันโลจิสติกส์แห่งเอเชีย และคุณสันโดษ เต็มแสวงเลิศ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นวิทยากร เสวนาหัวข้อ “ ทิศทางการจ้างงานด้านโลจิสติกส์ในประเทศไทย” เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาบุคคลให้มีความรู้ความสามารถด้านจัดการโลจิสติกส์ และการจัดการซัพพลายเชน รวมทั้งรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ดำเนินการเสวนา โดย อาจารย์นงลักษณ์ นิมิตภูวดล มีผู้ประกอบการธุรกิจทั่วไปและภาคเอกชนเข้าร่วมฟังการเสวนาจำนวน 33 คน
มหาวิทยาลัยคริสเตียน ประเทศไทย
วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ม.นเรศวร เปิดนิทรรศการภาพถ่าย “ สีสันแห่งบาหลี ”
นิทรรศการภาพถ่าย “สีสันแห่งบาหลี”
มุมมองของธรรมชาติ วัฒนธรรม ณ ดินแดนอัญมณีแห่งคาบสมุทรอินเดีย
เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ หอศิลป์ฯ อาคารวิสุทธิกษัตริย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ศิริเกษม ศิริลักษณ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการภาพถ่าย “สีสันแห่งบาหลี (Colours of Bali)” โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วศิน ปัญญาวุธตระกูล สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับ
ศิลปะแห่งธรรมชาติ, วิถีชีวิตที่กลมกลืน, บ่งบอกวิถี, นางบาหลี, ความเชื่อและศรัทธา, ชีวิตต้องสู้, ตะวันลับฟ้า, ทะเลสาบ, ประติมากรรมประดับ, หน้ากาก งานช่างประเพณี, First impression, Faith, The Kite of Bali, Guys Guard God...ฯลฯ หลากหลายบรรยากาศ เรื่องราว วิถีชีวิต ความเชื่อ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี แสง สี ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ที่ตกผลึกจากองค์ความรู้ทางวิชาการถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะที่สวยงามและสร้างสรรค์ ในมุมมองของอาจารย์และนิสิตระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาวิชาศิลปะและการออกแบบ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภรัก สุวรรณวัจน์ หัวหน้าภาควิชาศิลปะและการออกแบบ
ร่วมซึมซับ ชื่นชมนิทรรศการภาพถ่าย“สีสันแห่งบาหลี (Colours of Bali)” ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. ทุกวันจันทร์ – วันเสาร์ (เว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ณ หอศิลป์ฯ อาคารวิสุทธิกษัตริย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โทรศัพท์ ๐ ๕๕๙๖ ๑๑๔๘
พรปวีณ์ ทองด้วง นักประชาสัมพันธ์
สถานอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร
ชั้น 3 อาคารวิสุทธิกษัตริย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โทร. 0 5596 1143
วันที่ " นักข่าวท้องถิ่น " โดนจับฝังเข็ม
วันนี้ 9 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.30 น. ผมพา " น้าปั๊ก " นพพร น้อยวิจิตร เจ้าของร้านพิซซ่าไทย สาขา สุพรรณภูมิ ไปพบ คุณหมอ สุกิจ นราธนากร แผนกแพทย์จีน โรงพยาบาลศุภมิตร จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรังเป็นครั้งที่ 2 หลังจากไปพบแพทย์ครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา วันนี้ หลังการตรวจเบื้องต้นแล้ว คุณหมอก็ไถ่ถามอาการ คนไข้ถึงผลการรักษา ที่ผ่านมา พบว่า อาการปวดบริเวณไหล่ทั้งสองข้าง และ แผ่นหลัง คลายตัวลง นอนหลับดี คุณหมอบอก ถือว่าดีมาก เพราะในรายทั่วไปจะต้องใช้เวลารักษา 3-4 ครั้ง จึงจะเห็นผล ในรายของ " น้าปั๊ก " ถือว่าดีมาก จากนั้นคุณหมอ ก็ได้ดำเนินการ " ฝังเข็มบำบัด " ในครั้งที่ 2 ให้ โดยมีผมเฝ้าดู อย่างใกล้ชิด อยู่ด้วย
จากนั้น คุณหมอได้ชวนผมกลับมานั่งที่ ห้องตรวจคนไข้ ผมถามคุณหมอว่า " การปล่อยเลือด ออกจากร่างกาย ตามตำรับแผนจีนโบราณ " เป็นมาอย่างไร คุณหมอจึงเล่าให้ฟังว่า เป็นวิธีการรักษาอาการป่วยอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เป็นตำรับจีนโบราณ ขนานแท้ ที่ได้ผลมากๆ เหมือนกับการที่เราปล่อยของเสียออกจากร่างกาย เหมือนน้ำที่ถูกกักอยู่ในแอ่งน้ำ หมักหมมจนเกิดการเน่าเสีย พอถูกเจาะช่องให้ไหลออกมาได้ น้ำใหม่ก็จะไหลเข้ามาแทนที่ น้ำก็จะสะอาด กลายเป็นน้ำใหม่ ร่างกายก็เช่นเดียวกัน ในรายที่พบมากจะเป็นอาการปวดเข่า ปวดตามข้อ มีเส้นเลือดขอด พอได้ทำการรักษา โดยวิธีการปล่อยเลือดออก เลือดใหม่ก็จะไหลเข้ามาแทนที่ กลายเป็นเลือดดี อาการที่เป็นอยู่ก็จะทุเลาลงและหายเป็นปกติ ในที่สุด ซึ่งมักจะกระทำควบคู่ไปกับการฝังเข็ม และครอบกระปุก ไปพร้อมๆกัน
คุณหมอเล่าว่า เคยเจอเคสลักษณะนี้ เมื่อครั้งไปออกค่ายอาสาฯ ที่กาญจนบุรี มีแม่ชีอยู่รายหนึ่ง ปวดเข่าเรื้อรัง และมีเส้นเลือดขอด ร่วมด้วย ต้องทานยามาเป็นสิบปี พอได้มีการบำบัด โดยวิธี การปล่อยเลือดออกจากร่างกาย ก็หายเป็นปกติ ในระยะเวลาไม่นานนัก และก็ได้พบมากที่ คลินิค ที่ทำอยู่แถวเยาวราช กรุงเทพฯ ซึ่ง ใช้เวลาวันหยุด เสาร์ - อาทิตย์ เปิดทำการรักษาอยู่ด้วยอีกที่หนึ่ง ที่กรุงเทพฯ จะเจอเคสลักษณะนี้เยอะ ปวดเข่า เส้นเลือดขอด ต้องกินยาแก้ปวด กันมายาวนาน ในแต่ละราย ซึ่งจะเป็นอันตรายมาก ต่อร่างกาย
ผมถามคุณหมอว่า การปล่อยเลือดออกจากร่างกาย มีสถานพยาบาลทำการรักษามากไหม คุณหมอบอกหายากมาก สมัยก่อนมีอยู่ที่จังหวัดทางภาคเหนือ เพียงไม่กี่แห่ง คนก็แห่กันไปรักษา คิวยาวเหยียด เพราะอาการนี้ พบมากในผู้สูงอายุ คนน้ำหนักมาก ผู้ใช้แรงงานที่ต้องใช้กำลังมาก ต้องยืนนานๆ จึงมีผู้ป่วยจำนวนมาก ซึ่งการบำบัด ด้วยการแพทย์แผนจีนโบราณ ถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และ ค่าใช้จ่ายไม่แพง
คุณหมอถามผมว่า คุณเรวัติ มีโรคประจำตัวบ้างไหม ผมบอก .. ปกติ ผมแข็งแรงดี แต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หมอตรวจพบว่า มีความดันสูง ครอเลสเตอรอล ในเลือดสูง การไหลเวียนของเลือดจึงไม่ดี มีอาการชา ตามแขนขา ต้องทานยา ควบคุมอาการมาระยะหนึ่งแล้ว โดยแพทย์แนะนำให้ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร บางประเภท หลังจากได้ฟัง คุณหมอสุกิจ บอก .. ขอผมตรวจหน่อยได้ไหม ว่าแล้วก็ทำการแมะ หรือ การตรวจชีพจรในแบบจีนโบราณ หลังตรวจอาการ คุณหมอถามว่า ระบบขับถ่าย เป็นอย่างไร ผมบอกว่าดี คุณหมอซักต่อว่า สายตาเป็นอย่างไร มีอาการพร่ามัวบ้างไหม ผมตอบตามตรง บ่อยครับ คุณหมอละมือจากชีพจรผม บอก .. ขอผมได้รักษาอาการป่วย ของคุณเรวัติ ได้ไหมครับ ผมเชื่อว่า ใช้การฝังเข็มเพียงไม่นาน คุณก็จะไม่ต้องทานยาคุมความดันสูง ยาลดเคอเรสเตอรอล สายตาจะได้แจ่มใสสว่างเหมือนเดิม ..
และนี่ ก็คือที่มาของเรื่อง " วันที่นักข่าวท้องถิ่น " ต้องโดนคุณหมอจับฝังเข็ม คุณหมอบรรจงแทงเข็มตามจุดต่างๆในร่างกายผม ทีแรกก็นึกเสียวๆอยู่เหมือนกันว่า คงจะเจ็บปวดเหมือนตอนโดนฉีดยาเป็นแน่ เริ่มตั้งแต่มือ เท้า จนถึงบริเวณใบหน้า กว่า 10 เข็ม แต่กลับกลายเป็นว่า .. ไม่เจ็บอย่างที่คิด คุณหมอมือเบามาก และเข็มก็เล็กมาก จากนั้น คุณหมอก็บอก ทำตัวตามสบายนะครับ ผมหลับตาลง ความรู้สึกในตอนนั้น เหมือนตัวเองหนักอึ้ง พยายามแยกความรู้สึก ส่งไปถึงเข็มเล่มต่างๆที่ปักอยู่ในร่างกาย ว่าเล่มไหนหนัก เล่มไหนเบา ดูเหมือนว่า เล่มที่อยู่ทางด้านล่าง ของร่างกาย จะหนักกว่า เล่มที่อยู่ส่วนบนและบริเวณใบหน้า เวลาผ่านไปประมาณหลายชั่วอึดใจ คุณหมอก็เปิดไปเพดาน ผมรู้สึกถึงแสงสว่างที่สว่างขึ้น จึงลืมตา จากนั้น คุณหมอก็นำเข็มออกจากร่างกายทีละเล่มจนหมด ให้ผมนอนคว่ำ รู้สึกได้ว่ามีน้ำมันมาชะโลมบนแผ่นหลัง นี่คงจะเป็นการครอบกระปุก บำบัด อย่างที่เคยเห็นมา คุณหมอสุกิจ บอก .. บริเวณแผ่นหลังจะเป็นจุดศูนย์รวมของเส้นประสาทต่างๆ หากได้มีการครอบกระปุกบำบัด ร่วมด้วย ก็จะทำให้ร่างกายดีขึ้นเร็ว ความรู้สึกตอนแรกๆ ผมรู้สึกเจ็บแผ่นหลังมาก ตอนที่คุณหมอลากกระปุกไปมา แต่จะบอกว่าเจ็บ ก็ให้รู้สึกอาย .. จึงนิ่งเสีย ทนเอาจนเสร็จกระบวนการบำบัด ..
ขั้นตอนสุดท้าย คุณหมอ ได้ใช้ " แม่เหล็กติดหูบำบัด " เป็นขั้นตอนสุดท้าย ให้กับผม คุณหมอโชว์แม่เหล็กให้ผมดู แล้วบอกว่า .. เห็นเล็กๆแค่นี้ แต่ประสิทธิภาพ เหลือหลาย คุณหมอบอก .. ที่หูจะเป็นจุดศูนย์รวมเส้นประสาท ที่สำคัญ การติดแม่เหล็กบริเวณหูจะช่วยดูดซับ ทำให้ระบบของร่างกายดีขึ้น .. ก่อนลาจากกันในวันนี้ คุณหมอบอก วันพุธหน้า ผมจะปรุงยาตามแบบจึนโบราณ ซึ่งตัวยาไปได้มาจาก ธิเบต ให้ " น้าปั๊ก " ทาน จะช่วยให้การรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง นอนไม่หลับ ประจำเดือนมาไม่ตามปกติ ดีขึ้นเร็ว .. วันนี้ผมดูสีหน้า ของ " น้าปั๊ก " ภรรยาสุดที่รัก ว่าเธอดูผ่อนคลาย จากการได้มาทำการรักษา เป็นครั้งที่สอง สำหรับตัวผมเอง ก็รู้สึกมีความหวังว่า .. ถ้าการรักษาตัวในครั้งนี้ เป็นผลสำเร็จ ไม่ต้องทานยาประจำอีก ชีวิตก็คงมีความสุข .. ไม่น้อย
เรวัติ น้อยวิจิตร สุพรรณอินชัวร์ดอทคอม rewat.noyvijit@hotmail.com 081-9107445
วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
การปล่อยเลือด ตามตำรับ แผนจีนโบราณ โดย พจ.สุกิจ นราธนากร
การปล่อยเลือด แผนจีนโบราณ เหมาะสำหรับโรคเรื้อรังที่รักษามานานแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรสะกิดเลือดเสียออกไป(เส้นเลือดขอดตามแขนขา) เพื่อให้ร่างกายได้ปรับเปลี่ยนเซลล์และขับพิษออกจากร่างกาย หลังจากนั้น ใช้การฝังเข็มและยาสมุนไพรจีนช่วย อาการต่างๆก็จะค่อยๆลดลง จากประสบการณ์ที่เคยรักษาคนไข้ครับ วิธีการ “ปล่อยเลือด” ช่วยชีวิต จาก โรคหลอดเลือดในสมองแตกฉับพลัน (ท่านผู้ที่ดูแลพ่อแม่ควรรู้ไว้) จำให้แม่นๆไว้ช่วยชีวิตคนได้บุญ
แพทย์อาวุโสแผนโบราณของไต้หวันได้ถ่ายทอดวิธีการช่วยชีวิตจาก โรคหลอดเลือดในสมองแตกฉับพลัน เหล่าลูกกตัญญูหลายท่านเสียใจว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาสได้อ่านบทความที่ห่วงใยดูแลพ่อแม่ของท่าน ฉะนั้น ก็ควรที่จะได้ค่อยๆ พิจารณาศึกษาดูก่อนที่มันจะสายเกินแก้กับวิถีการเยียวยาเบื้องต้นที...่ผิดพลาด การแกัไขในภายหลังก็อาจจะสายเกินไป
สำหรับท่านที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่ของท่านอยู่ ควรจะต้องเรียนรู้ถึงช่วงจังหวะที่จะเกิดของโรคหลอดเลือดสมองนี้ เส้นเลือดฝอยที่อยู่ในสมอง เมื่อแตก เลือดจะไหลซึมออกมาอย่างช้าๆ เมื่อพบกับสถานการณ์อย่างนี้ ขออย่าได้ตื่นตกใจจนเกินไป ให้ตั้งสติ ไม่ว่าช่วงจังหวะที่เกิดเหตุนั้นอยู่ ณ ที่ใด (ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ห้องนอน หรือ ห้องนั่งเล่น) ขออย่าได้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเป็นอันขาด เพราะถ้ามีการเคลื่อนย้าย จะเป็นตัวช่วยเร่งรอยแตกของเส้นเลือดฝอยให้มากขึ้น ดังนั้น สิ่งแรกที่ควรทำคือ ประคองผู้ป่วยให้เอนนั่งตัวตรงมั่นคงก่อน ระวังอย่าให้ล้มเอนลงอีก นี่คือการเริ่มต้นการรักษา (ปล่อยเลือด )
ถ้าหากในบ้านมีเข็มฉีดยาอยู่ จะเป็นการดีที่สุด หากไม่มี ให้ใช้เข็มเย็บผ้าก็ได้ แทงเข้าไปที่ปลายนิ้วมือทั้งสิบของผู้ป่วย (ไม่มีจุดกำหนดที่แน่นอน โดยให้ห่างจากปลายเล็บนิ้วพอประมาณ) แทงให้มีเลือดไหลออกมา (ในกรณีที่เลือดไม่ไหลออกมา ให้ใช้มือช่วยบีบได้) เมื่อนิ้วมือทั้งสิบถูกแทงเลือดออกมาแล้ว (แต่ละนิ้วมีหนึ่งหยด) ประมาณไม่กี่นาทีต่อมา ผู้ป่วยจะฟื้นตื่นขึ้นมา
ถ้าเกิดอาการปากเบี้ยว ให้ดึงหูทั้ง 2 ข้างของเขา จนหูเป็นสีแดงที่ด้านล่างของใบหูทั้งสองข้าง ให้แทงไปสองครั้งของแต่ละข้าง จนมีเลือดไหลออกมาสองจุดด้วยกัน เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ปากก็จะกลับฟื้นคืนสภาพเดิมได้ และให้รอจนกระทั่งผู้ป่วยฟื้นคืนสภาพกลับมาเป็นปกติทุกอย่างโดยไม่รู้สึกว่ามีอะไรที่ผิดปกติแล้ว จึงค่อยนำส่งต่อไปหาแพทย์ ดังนี้ จึงจะเป็นการแน่ใจว่า ได้ผ่านพ้นขีดอันตรายไปแล้ว
มิฉะนั้น ถ้าหากรีบร้อนอุ้มขี้นรถพยาบาลพาไปหาแพทย์ทันทีนั้น เกรงว่าในระหว่างทางที่ไป จะเกิดอาการช็อคขึ้นมา ก่อนที่จะไปถึงโรงพยาบาล เส้นเลือดฝอยในสมองของเขา อาจแตกเกือบทั้งหมดก็ได้ หรือในกรณีที่ท่านโชคดีไม่ถึงตาย มีบุญวาสนาเหมือนท่าน "ซุน" ที่ทุกวันนี้ยังดูแข็งแรงเคลื่อนไหวเองได้ นั่นก็คงเป็นเพราะได้ใบบุญของบรรพบุรุษให้การคุ้มครองไว้
ถ้าหากว่า พวกเราสามารถจดจำวิธีการนี้ (ปล่อยเลือด ช่วยชีวิต) ให้ความช่วยเหลือได้ทันที ในช่วงระยะเวลาที่สั้นๆนี้ สามารถทำให้ฟื้นคืนจากความตายได้ อีกทั้งยังรักษาความสมบูรณ์(หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์)ของอาการ(สามสิบสอง)ได้ครบถ้วน ด้วยวิธีการช่วยปฐมพยาบาลที่เร่งด่วนนี้ หากคิดว่าเป็นประโยชน์ให้ช่วยส่งต่อ. คุณพ่อแม่พวกเราอยู่ในวัยสุ่มเสี่ยง อาจได้ใช้ประโยชน์ครับ
Sukit Chen
พจ.สุกิจ นราธนากร แพทย์จีนบัณฑิต โทร 086-9790239
คณะวิทยาลัยแพทย์ทางเลือก สาขาแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม และ มหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน ประเทศจีน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

















.jpg)













