วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อบจ.สุพรรณ จับมือ ราชภัฎสวนดุสิต จัดอบรม มัคคุเทศก์นำชมเที่ยวถิ่น







               องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งสุพรรณบุรี จัดทำโครงการมัคคุเทศก์นำชมเที่ยวถิ่น  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ของจังหวัดสุพรรณบุรี  ได้รับเกียรติจากนายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด ฯ


               องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งสุพรรณบุรี จัดทำโครงการมัคคุเทศก์นำชมเที่ยวถิ่น ระหว่างวันที่   30 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ของจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้เข้าร่วมอบรมได้แก่ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์สุพรรณบุรี ผู้สูงอายุ และ บุคคลผู้สนใจ จำนวน 100 คน ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด การอบรมครั้งนี้จัดขึ้น ณ ห้องเรียนรวม 2 อาคารสวนแก้ว 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งสุพรรณบุรี
























 novaza นักแข่งไทยหัวใจ.com    สุพรรรอินชัวร์ดอทคอม   081-9107445

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

มหกรรมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ






สระบุรี เชิญชวน เที่ยว ช้อป ชม ฟรี มีรางวัล ตลอดงาน ร่วมกันสร้างความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์

จังหวัดสระบุรี เป็นตัวแทนภาคกลางจัดงานมหกรรมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ  ตั้งแต่วันที่ 8 – 12 กรกฎาคม 2557  ณ สนามกีฬาองค์การบริหารจังหวัดสระบุรี

เมื่อ ก.ค.57 เวลา 13.00 น. นายวิเชียรติ พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วย พันเอกรังสรรค์  ยิ้มสู้ รอง ผอ.กอ.รมน.สระบุรี พลตำรวจตรีชลิต ปรีชาหาญ ผบก.ภ.จว.สระบุรี พ.อ.อภิวัฒน์  สุขใจ  รองผบ.ศม. พ.อ.ปราการ  ปทะวานิช รองผบ.จทบ.สบ.พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้คนในชาติ  ณ ห้องประชุม POC ศาลากลางจังหวัดสระบุรี



                    โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ได้ร่วมกับจังหวัดสระบุรีกำหนดจัดงานมหกรรมสร้างความปรองดองสมานฉันท์คืนความสุขให้คนในชาติ ในวันที่ 8 – 12 กรกฎาคม 2557 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารจังหวัดสระบุรี โดยจะมีแม่ทัพภาค และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค เป็นประธานเปิดงานพร้อมกับจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีในพื้นที่ภาคกลาง 26 จังหวัด มาร่วมงานและส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน นำกิจกรรมและบริการต่างๆมาบริการประชาชน มีทั้งดนตรี ภาพยนตร์ เรื่อง สมเด็จพระนเรศวรทุกภาค มาฉายให้ประชาชนได้ชม ดารานักร้องชื่อดังมาร่วมแสดง การแสดงต่างๆอีกมากมาย การออกบูทกว่า 100 บูท และนิทรรศการให้ความรู้ ร้านค้า สินค้าราคาถูกจากบริษัทผู้ผลิต สวนสนุก จับรางวัลมอบแก่ ผู้มาร่วมงานทุกวัน ตลอดจนการเสวนาเพื่อการปฏิรูปประเทศ พร้อมกับกิจกรรมส่งเสริมความรัก ความสามัคคี ความปรองดองสมานฉันท์ตลอดงาน รวม วัน
                  ทั้งนี้ จังหวัดสระบุรี ได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดงานมหกรรมสร้างความปรองดองสมานฉันท์คืนความสุขให้คนในชาติ เน้นย้ำให้หน่วยงานราชการ นำบุคคลมาร่วมงานครั้งนี้ทุกหน่วยงาน เพื่อร่วมผนึกกำลังกันในการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่และกับชนทุกกลุ่ม โดยมีเป้าหมายผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 5,000 คน และเปิดงานฯ ในวันที่ กรกฎาคม 2558 ตั้งแต่เวลา 17.00 น.ชมฟรีตลอดงานพร้อมมีการจับของรางวัลอีกมากมายสำหรับท่านที่มาร่วมงาน

(คนธรรมดา  ม้าตัวเดียว)

๑ ปี พิซซ่าไทยสุพรรณ กับ “ น้าปั๊ก “ นพพร น้อยวิจิตร

1 ปี พิซซ่าไทยสุพรรณ  กับ ความสำเร็จของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ชื่อ “ น้าปั๊ก “ นพพร น้อยวิจิตร
   

            นพพร น้อยวิจิตร หรือ น้าปั๊ก   เกิดเมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม  ๒๕๐๗  ที่บ้านฝั่งเหนือ หมู่ที่ ๒ ตำบลบ้านแหลม อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี  หลังเรียนจบในระดับการศึกษาภาคบังคับ  ที่ โรงเรียนวัดป่าพฤกษ์ บ้านเกิด เธอก็เลือกที่จะไปเรียนต่อในสายอาชีพ  ที่ โรงเรียนสอนตัดเสื้อระพี  หลังเรียนจบ ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ  เธอได้รับการทาบทามจาก ป้ายง  ให้เข้าทำงานที่ ร้านระพี  ในตำแหน่ง ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า  ๔ ปีต่อมา  เธอได้กลับบ้านเพื่อสมรส กับ ครูหนุ่ม ที่ชื่อ เรวัติ น้อยวิจิตร  พร้อมกับวิถีชีวิต ที่หักเห  ตามสามี เข้าสู่ ธุรกิจ ด้านประกันชีวิต  ประกันวินาศภัย และ งานด้านสื่อสารมวลชน ตามที่ครอบครัวพาไป  เธอมีชีวิตที่ต่างไปจาก ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า แต่ก่อน  เธอได้เดินทางติดตามสามี ไปท่องเที่ยว ต่างประเทศ นับสิบครั้ง


             เมื่อปี ๒๕๕๖  ที่ผ่านมา เธอบอก .. อยากค้าขาย  และ ก็เป็นที่มาของ การกำเนิด ธุรกิจ  ร้านพิซซ่าไทย ในจังหวัดสุพรรณบุรี  โดย ได้ไปเริ่มต้น ค้าขาย ชานมไข่มุกไต้หวัน  เปิดร้านที่อำเภอ เสนา จังหวัด พระนครศรีอยุธยา  ๕ เดือน ต่อมา  เธอได้พบ  ธุรกิจ ร้านพิซซ่า ใน อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  บูม มากมาก  มีสามสี่เจ้า ขายดีทุกเจ้า ขายดีกว่าร้านชานมของเราเสียอีก  จึงเป็นที่มาของการ “ เซ้งกิจการ ร้านชานม “ และ มาซื้อแบรนด์  ร้านพิซซ่าไทย จาก กรุงเทพฯ เพื่อมาทำเป็น ธุรกิจครอบครัว ที่จังหวัดสุพรรณบุรี  บ้านเกิด

            ๗  กรกฎาคม  ๒๕๕๖  ได้ฤกษ์ดี ทำพิธีเปิดร้าน พิซซ่าไทย สาขา บางปลาม้า  เป็นสาขาแห่งแรก ในจังหวัดสุพรรณบุรี  ขายดิบ ขายดี จน แม่ค้าไม่ได้กินข้าว กินปลา กันเป็นวันๆ นึกถึงแล้วก็อดที่จะขำกันไม่ได้ ทุกครั้งที่เล่าเรื่อง ร้านพิซซ่าไทย ที่บางปลาม้า  พอยกประตูเปิดร้าน  เด็กๆก็ลอดเข้ามาจองคิวกันเลย  เวลาจะปิด ก็ต้องรีบปิด เห็นลูกค้าขาดช่วงต้องรีบปิดประตูร้าน  แต่ก็ยังไม่วายที่ลูกค้าเด็กๆ จะรอดเข้ามาขอซื้ออีก จนได้

            กว่า ๕ เดือน ที่  ร้านพิซซ่าไทย สาขาบางปลาม้า โดย “ น้าปั๊ก “ ของเด็กๆ สามารถสร้างยอดขาย  และ ชื่อเสียง โด่งดัง ข้ามจังหวัด ฯ  คุณ ลัดดา สุวรรณชาต  เจ้าของแบรนด์ดัง พิซซ่าไทย บุกมาถึงบางปลาม้า  พร้อมเซ็นต์สัญญา มอบ ลิขสิทธิ์  พิซซ่าไทย จังหวัดสุพรรณบุรี  ให้เป็นรางวัล 
 

            เริ่มวางระบบ ขยายเครือข่าย การจำหน่ายแฟรนไชน์  และ แป้งพิซซ่าไทย ไปทั่วพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี  โดย ตั้งเป้าไว้ที่ ๑ ปี  ๒๐ สาขา ทั่วจังหวัดสุพรรณบุรี  และ วันนี้  ๗  กรกฎาคม ๒๕๕๗  ครบรอบ ๑ ปี ร้านพิซซ่าไทย จังหวัดสุพรรณบุรี  “ น้าปั๊ก “ นพพร น้อยวิจิตร  สามารถ เปิดร้าน พิซซ่าไทย เป็นของตนเอง ได้ถึง ๔ แห่ง  ได้แก่ สาขา บางปลาม้า ( แห่งแรก )  สาขา สุพรรณภูมิ ( จำหน่ายแฟรนไชน์ และ แป้งพิซซ่าไทย )  สาขา ห้างโรบินสันสุพรรณบุรี  และ สาขาที่ ๔   สาขาวัดป่าเลไลยก์   ( ฝั่งตรงข้ามวัดป่าเลไลยก์ ) ซึ่งเปิดเมื่อวันพุธที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗  ที่ผ่านมา

               “ น้าปั๊ก “ เปิดใจ .. ทำไปก่ยังไหวอยู่  เพราะลูกกำลังเรียน  กำลังใช้เงิน  ต้องเตรียมไว้ให้พวกเขา  ลูกชายคนโต  ลูกปอ เป็นทหารอยู่เมืองกาญจน์  อีก ๔ เดือนก็ปลดประจำการแล้ว  ถ้าจะเข้าเรียนต่อในโรงเรียนนายสิบ ก็ไม่ว่า ได้รับราชการ  แต่ถ้าไม่เอา  ก็มาช่วยกันค้าขาย  ช่วยกันดูแลกิจการ ให้เติบโต  ต่อยอด เพิ่มมากยิ่งขึ้น  ลูกสาวคนรอง ลูกแมว  เรียนอยู่ปี ๓  มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะวิศวกรรมศาสตร์  เขาอยากเป็นวิศวกร  ก็ตามใจเขา เชื่อว่าเขาทำได้ และ ทำได้ดี เพราะเขาเป็นคนเก่ง  ขยัน  ปิดเทอมก็ทำงานรับจ้าง ที่ทางสถาบันบ้าง อาจารย์บ้าง  กับเพื่อนๆเขาสิบกว่าคน หางานทำกัน  ไม่เคยหยุด เราเห็นแล้วก็ดีใจ  ต่อไปจะได้ไม่ลำบาก  เพราะมีต้นทุนมาเยอะ  รับจ้างนับรถตามถนน ก็ยังทำได้  เด็กๆเดี๋ยวนี้ เขาขยัน  ส่วนลูกโจ้  ลูกชายคนเล็ก  จบมอหก สอบเรียนต่อ ได้ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  พ่อเขาเพิ่งจะมาไปมอบตัวเมื่อสองวันก่อน  เขาอยากเป็น นักสังคมสงเคราะห์  คนนี้ ใจบุญ  ไม่ฆ่าสัตว์  ชอบช่วยเหลือคน  เรียนเก่ง  ทำงานก็เก่ง  ขายพิซซ่า ก็เก่ง  เรียน ๔ ปี  ต้องใช้เงินอีกเยอะ  เราในฐานะ พ่อ แม่  ก็ต้องยอมลำบากเอาหน่อย ..

             ความสำเร็จของร้านพิซซ่าไทย ในจังหวัดสุพรรณบุรี เคล็ดลับง่ายๆ  อยู่ที่ของเขาดี  สด สะอาด อร่อย  คุณลัดดา  สุวรรณชาต  เจ้าของแบรนด์  ส่งแป้งให้เรา วันเว้นวัน  ทำใหม่ทุกวันๆละกว่า ห้าพันชิ้น เป็นของเรา ไม่ถึงพันชิ้น ที่เหลือกระจายส่งทั่วประเทศไทย และ ต่างประเทศ  ต้องเลือกทำเลที่ดี  เราจะขายแฟรนไชน์  ลงตามตลาดอำเภอก่อนจนครบ ทั้ง ๑๐ อำเภอ  สำหรับตลาดรอง  ตามตำบลต่างๆ  ก็เลือกมองดูว่า  ตลาดใด ที่มีศักยภาพสูง  มีองค์ประกอบที่ดีพอ จึงขายแฟรนไชน์ลงไป อย่างที่ตลาดสวนแตง  ตลาดท่าเสด็จ  ก็เป็นตลาดที่ดี  มีศักยภาพสูง  พอเปิดก็สามารถสร้างลูกค้าได้มากมาย

            วันนี้เราดีใจ  ที่ธุรกิจเล็กๆ ลงทุนหลักหมื่น สามารถทำได้ด้วยตัวเอง  และเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงลูก  เลี้ยงครอบครัวได้ สำหรับลูกๆ เราไปพบเจอ ธุรกิจอะไร เวลาต้องไปเรียน ก็จะให้พวกเขาไปเรียนด้วย จะได้ช่วยกันได้ ก็เป็นอีก มุมมองหนึ่ง ของการถ่ายทอด ประสบการณ์  ทางธุรกิจ  จาก แม่ สู่ลูก  ที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ได้พยายาม และมุ่งมั่น ที่จะทำให้ดีที่สุด และ วันนี้ เธอก็สามารถ ทำได้ อย่างที่เธอ ตั้งใจไว้ .. 





 



        เรวัติ  น้อยวิจิตร  เรียบเรียง



1 สัปดาห์ศูนย์วันสตอปฯ สมุทรสาครต่างด้าวแห่เข้าระบบกว่าหมื่นคน



พ่อเมืองสมุทรสาคร พอใจศูนย์วันสตอปฯ สมุทรสาครต่างด้าวแห่เข้าระบบกว่าหมื่นคน หลังเปิดศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ที่จังหวัดสมุทรสาคร มาแล้ว 1 สัปดาห์ ในภาพรวมของการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวเป็นที่พอใจมาก


วันที่  7 กรกฎาคม 2557  ว่าที่ ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า หลังเปิดศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ที่จังหวัดสมุทรสาคร มาแล้ว 1 สัปดาห์ ในภาพรวมของการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวเป็นที่พอใจมาก มีนายจ้างนำแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนมาขอขึ้นทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากวันแรกเปิดให้ขึ้นทะเบียนมีแรงงานต่างด้าวและผู้ติดตามอยู่ที่ 1,988 คน วันที่สองกลับลดลงจำนวน 1,402 คน จึงเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับแผนการปฏิบัติงาน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการนำแรงงานมาจดทะเบียนก่อนหมดเขตวันที่ 30 ก.ค.นี้ ปรากฏว่าเห็นผลชัดเจน คือ วันถัดมามีแรงงานต่างด้าวมาขึ้นทะเบียนเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ยอดขึ้นทะเบียนเฉลี่ยวันละ 2,000 คน รวม 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีแรงงานต่างด้าวและผู้ติดตามมาขอขึ้นทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 11,900 คน คาดว่าสัปดาห์นี้ยอดแรงงานต่างด้าวจะมากกว่าเดิม

   ลิขิต  รักอยู่  สมุทรสาครนิวส์

ผู้ตรวจสำนักนายกฯ-ทหาร ลุยตรวจโกดังข้าว สมุทรสาคร



ผู้ตรวจ-ทหาร เข้าตรวจโรงสีโกดังข้าวสมุทรสาคร พบว่าข้าวยังอยู่ในคุณภาพดี มีปัญหาจัดเรียงกระสอบ ขณะที่ จ.อุบลฯ ตรวจพบกระสอบข้าวไม่ตรงตามที่แจ้ง...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ก.ค. 57 นางวนิดา สักการโกศล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ชุดที่ 3 พร้อมด้วย พ.อ.วันชาติ วราสินธุ์ รองประธานคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่โรงสีมงคลชัย เลขที่ 60/1 ม.2 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้าวคงเหลือของรัฐบาล ทั้งปริมาณและคุณภาพข้าวให้เป็นไปตามความเป็นจริง โดยโรงสีดังกล่าวมียอดของข้าวให้ตรวจสอบเป็นข้าวขาว 5% จำนวน 8,779 กระสอบ

ภายหลังการตรวจสอบ นางวนิดา กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่าข้าวมีคุณภาพดี ปัญหาคือมีการเรียงกระสอบไม่ดี จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเรียงใหม่เพื่อตรวจนับได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าเอกสารข้าวในโกดังของคลังสินค้าการนำเข้าข้าวไม่มี มีแต่จ่ายออก ซึ่งตนได้ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกับส่วนกลาง ให้ส่งส่งสำเนามาให้ตรวจสอบว่าตรงกันไหม และสำหรับข้าวที่อยู่ในโกดังนี้ จากการเจาะ ฉ่ำ รอบกองข้าว พบว่า คุณภาพข้าวยังโอเค และในส่วนที่ทางเจ้าของโกดังได้ทำเรื่องไปยัง อคส. โดยจะขอข้าวที่เหลือทดแทนค่าเช่าโกที่ทางรัฐค้างอยู่นั้น ก็คงจะแล้วแต่ทาง อคส.พิจารณาว่า มีหลักเกณฑ์พิจารณากันอย่างไร

ขณะที่โรงสีข้าววิเชียรทรัพย์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี นายวิษณุ ปาณวร ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ประธานชุดตรวจคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพ และปริมาณข้าวชุดที่ 43 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วย พ.อ.สันติพล หล่อประเสริฐ รอง ผบ.มทบ.22 อุบลราชธานี พ.อ.จักรกฤษ เงินดี หก.กกพ.มทบ.22 และนางสาวปาริชาติ พงค์พันเทา การค้าภายในจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมตรวจโกดังรับจำนำข้าวในโครงการของรัฐบาล ซึ่งโกดังเก็บข้าวโรงสีวิเชียรทรัพย์ เป็นคลังสินค้ากลางองค์กรการตลาดเพื่อเกษตรกร เก็บรักษาข้าวท่อนหอมมะลิ ตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2554/55 จำนวน 6,004 กระสอบ น้ำหนัก 599.6189 ตัน

ทั้งนี้ ภายหลังการตรวจนับ โดยเจ้าหน้าที่ได้เจาะช่วงกลางกองกระสอบข้าวยกขึ้นมาเพื่อนับ และตรวจสอบชั่งน้ำหนักแล้ว นายวิษณุ เผยว่า ผลการตรวจนับเชิงปริมาณถือว่าข้าวยังอยู่ครบ แต่ในเชิงคุณภาพ เจ้าหน้าที่พบว่ากระสอบป่านที่เก็บข้าวมีการตีตราไม่ตรงกับชนิดของข้าวที่เก็บรักษาไว้ และด้ายเย็บกระสอบก็เป็นคนละชนิดกับข้าวท่อนหอมมะลิ เมื่อแทงกระสอบดูข้าว พบมีข้าวปลายปะปนอยู่จำนวนมาก จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างส่งให้ ศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวตรวจสอบด้านคุณภาพข้าวและตรวจดีเอ็นเอเป็นข้าวหอมมะลิจริงหรือไม่ต่อไป.

   ลิขิต  รักอยู่   สมุทรสาครนิวส์

แต่งงานสาวประเภท 2 สมุทรสาคร




             วันอาทิตย์ ที่ 6  กรกฎาคม 2557  คุณนวรัตน์  ( สาวประเภท2 ) พร้อมใจเข้าหอกับคุณพจน์ หนุ่มหล่อจัดงานสโมสรหมู่บ้านเมืองทองมีเพื่อนมาเป็นสักขีพยานเพียบ



               ลิขิต  รักอยู่  สมุทรสาครนิวส์

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สมุทรสาคร สรุป ขายหวยรัฐบาล ราคา ๘๐ บาท ที่ศาลากลางจังหวัดฯ




ว่าที่ร้อยตำรวจโท อาทิตย์  บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานประชุม การนัดตั้งจุดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในราคา ๘๐ บาทบริเวณศาลากลาง จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีผู้จำหน่ายสลาก และ ผุ้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม




วันที่  ๕  กรกฎาคม  ๒๕๕๗  เวลา ๐๙.๐๐ น.  ว่าที่ร้อยตำรวจโท อาทิตย์  บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานประชุม การนัดตั้งจุดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในราคา 80 บาทบริเวณศาลากลาง จังหวัดสมุทรสาคร และมีหน้งสือ ด่วนที่สุด ที่ 3296/2557 ลว. ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗  จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ขอความร่วมมือในการร่วมตั้งจุตจำหน่ายส่วนยี่ปั๊วเข้าใจ  โดยสาระสำคัญ ของการประชุม ได้ข้อสรุปในเบื้องต้น จะให้มีการจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ราคา ๘๐ บาท  ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร ก่อน โดยให้หมุนเวียนกันมาขาย  ในส่วนของผู้ขายรายย่อย จะได้ประชุมหารือกันอีกครั้งหนึ่ง ต่อไป






ลิขิต  รักอยู่  สมุทรสาครนิวส์  ข่าว