ภาพจาก campus-star.com
จากกรณีที่นิสิตฝึกงาน สาขาวิชาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รายหนึ่ง (ขอสงวนชื่อและนามสกุล เนื่องจากกำลังถูกคุกคาม) พบการทุจริตในระหว่างการฝึกปฏิบัติงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ที่ปลอมแปลงเอกสารช่วยเหลือคนจน ทำให้รัฐเสียหายกว่า 6.9 ล้านบาท แต่เมื่อปรึกษาอาจารย์ กลับบังคับให้ไปกราบขอโทษฝ่ายที่กระทำการทุจริต กระทั่งนิสิตคนดังกล่าวตัดสินใจร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) จนมีการสั่งย้ายและดำเนินคดีต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
รายงานข่าวจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา ระบุว่า ผศ.วิรัติ ปานศิลา ประธานสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สั่งการให้สอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยเฉพาะอาจารย์ของหลักสูตรที่ร่วมกันปกปิดการปลอมแปลงเอกสารเบิกเงิน โดยสอบสวนว่า เหตุใดอาจารย์จึงไม่ให้นิสิตแจ้งความ กลับนำนิสิตไปไกล่เกลี่ย และบังคับข่มขืนใจให้นิสิตก้มกราบผู้กระทำความผิด รวมทั้งมีการใช้มือฟาดนิสิต เรียกนิสิตมาสอบสวน ห้ามแชร์ข่าวและปล่อยให้นิสิตบางกลุ่มโพสต์โจมตีนิสิตที่พบการทุจริตเสียเอง ว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผิดจรรยาบรรณหรือไม่ ใช้อำนาจอย่างถูกต้องและให้ความเป็นธรรมกับนิสิตหรือไม่
ขณะเดียวกัน ยังให้มีกลไกในการคุ้มครองสิทธินิสิตคนดังกล่าว เนื่องจากกำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 ขณะที่อาจารย์คู่กรณีเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาการทำพัฒนานิพนธ์ ประธานและกรรมการหลักสูตร และเป็นหัวหน้าภาควิชา ที่อาจมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาผลการเรียน อีกทั้งป้องกันไม่ให้อาจารย์ใช้อำนาจหน้าที่ละเมิดสิทธินิสิตคนดังกล่าวอีก นอกจากนี้ สภาคณาจารย์ ยังออกแถลงการณ์ชื่นชมนิสิต และยกย่องให้เป็นต้นแบบของนิสิตที่เป็นตัวอย่างของผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน สมดังปรัชญาของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และได้เสนอให้มหาวิทยาลัยดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการออกมาตรการปกป้องคุ้มครองและยกย่องนิสิตโดยสมควรต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น